winner999
sbo


ของตาย

โพสเมื่อ : กรกฎาคม 30, 2011

ช่วยกันกด LIKEและSHARE กันด้วยนะครับ



 


เขียนเป็น: เรียนคุณ บอ.บู๋ ผู้ขายวิญญาณให้ท่านซาตาน

 

ขอถามสั้นๆ เลยนะครับคือจนแล้วจนรอด แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ยังไม่ได้มิดฟิลด์ตัวกลางคนใหม่ตามที่ผู้มีจิตศรัทธาต่างถวิลหามาเป็นจอม ทัพสักที แล้วแบบนี้จะมีผลต่อการป้องกันแชมป์หรือไม่?
ขอบคุณครับสำหรับคำตอบ 

นายผี

ส่งไม่ตาย: ก่อนอื่นขอเรียนอย่างนี้ครับ คือเรื่องมิดฟิลด์ระดับผู้บัญชาการทัพคนใหม่คงต้องทำใจแล้วล่ะ
ในเมื่อ ลูก้า โมดริช อยากจะย้ายไปอยู่กับ เชลซี จนตัวสั่น
ในเมื่อหัวเด็ดตีนขาด อาจารย์ป้าแห่งสถาบันปืนโตก็ไม่มีทางปล่อยให้ ซามีร์ นาสรี่ มาอยู่กับคู่แข่งอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด
และในเมื่อคุณป๋าออกโรงมายืนยันหนักแน่นว่าไม่มีการติดต่อขอซื้อตัว เวสลี่ย์ สไนเดอร์ จาก อินเตอร์ มิลาน ตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด
แถมไม่มีทีท่าว่าจะซื้อใครมาเพิ่มอีกต่างหาก
ว่าแล้วขอให้คิดว่า “ช่างหัวลูกสาวคุณยายมัน” เถอะ เพราะถึงแม้จะไม่มีมิดฟิลด์ตัวกลางคนใหม่ ผมว่าฤดูกาลหน้า แมนฯ ยูไนเต็ด ก็คว้าแชมป์ลีกสูงสุดสมัยที่ 20 ได้อยู่ดีนั่นแหละ
อ๊ะ…อ๊ะ…อ๊ะ…อย่าเพิ่งด่ากันซีครับ แหม…บางคนนี่ถึงกับดิ้นพล่านกันเลยนะ
ในเมื่อผมเขียนตามหลักความจริงและตามหลักความน่าจะเป็นโดยมีเหตุและผลมารองรับ
อย่าลืมว่าแชมป์พรีเมียร์ลีกไม่ต่างจาก “ของตาย” สำหรับพลพรรคปีศาจแดงจากขุมกบาลของท่านพระยาหมื่นเฟอร์กี้ไปแล้ว
นับตั้งแต่เข้ามานั่งทับตำแหน่งผู้จัดการทีมปีศาจแดงในปี 1986 จนถึงปัจจุบัน ระยะเวลา 24 ปี (กำลังจะครบ 25 ปี ในเดือนพฤศจิกายนนี้) คุณป๋าเสกให้ แมนฯ ยูไนเต็ด กลายเป็นอาณาจักรแห่งความเริงร่าด้วยการกักตุนแชมป์พรีเมียร์ลีกไว้ในครอบ ครองถึง 12 สมัย
เฉลี่ยแล้วได้ชมเชยโทรฟี่แชมป์พรีเมียร์ลีกในทุกๆ 2 ฤดูกาล
มิเท่านั้นถ้านับตั้งแต่การคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรกของคุณป๋าในฤดูกาล 1992-93 กระทั่ง 2010-11 ตลอดระยะเวลา 19 ฤดูกาลที่ผ่านมา แมนฯ ยูไนเต็ด กะซวกแชมป์ลีกสูงสุดแหลกลาญถึง 12 สมัย โดยแบ่งให้ อาร์เซน่อล กับ เชลซี แค่ทีมละ 3 ครั้ง แบ่งให้ แบล็คเบิร์น อีก 1 ครั้ง
เฉลี่ยแล้วทุก 1 ฤดูกาลเศษๆ ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด จะได้แชมป์พรีเมียร์ลีกมาเป็นสมบัติของตัวเอง
หนำซ้ำเมื่อได้แชมป์หลังจากพลาดไป ส่วนใหญ่มักจะป้องกันแชมป์ของตัวเองได้สำเร็จซะด้วย โดยมีเพียงครั้งเดียวที่ได้แชมป์แล้วดันรักษาเอาไว้ไม่สำเร็จ คือหลังจากได้แชมป์พรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาล 2002-03

ดังนั้นคิดง่ายๆ ตามหลักคณิตศาสตร์ของคุณครูแสวง ถ้าไม่ได้ปีนี้…ก็ปีหน้า ฮ่า-ฮ่า-ฮ่า
สำหรับปัญหาเรื่องมิดฟิลด์ตัวกลาง ผมขอเรียนอย่างนี้ครับ
คือผมว่าเด็กผีส่วนใหญ่ประสาทแดกส์กับเรื่องนี้มากเกินไป
ความจริง แมนฯ ยูไนเต็ด เหมือนไม่มีมิดฟิลด์ตัวกลางระดับ “จอมทัพ” นับตั้งแต่กาลเวลาไม่อนุญาตให้ พอล สโคลส์ เป็นตัวมหาประลัยคนเดิม
ยกตัวอย่างฤดูกาลที่ผ่านมาซึ่งท่านเซอร์ก็มิได้ใช้บริการของ พอล สโคลส์ ในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลางอย่างต่อเนื่องสักหน่อย แต่ใช้วิธีหมุนเวียนสลับสับเปลี่ยนมิดฟิลด์คู่กลางระหว่าง ไรอัน กิ๊กส์, ไมเคิ่ล คาร์ริค, ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ และ อันแดร์สัน
สังเกตได้ว่าไม่มีใครโชว์ฟอร์มโดดเด่นเป็นสง่าในฐานะของตัวบงการ เกมรุกเหมือนที่ อาร์เซน่อล มี เชส ฟาเบรกาส, เหมือนที่ เชลซี มี แฟรงค์ แลมพาร์ด หรือเหมือนที่ ลิเวอร์พูล มี ลูคัส เลว่า เอ๊ย! สตีเว่น เจอร์ราร์ด แต่ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ยังอุตส่าห์คว้าแชมป์แบบไม่ระบมหัวแม่ตีนนัก (แถมยังทะลุถึงรอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 3 ปี อีกต่างหาก)
หรือนับตั้งแต่ รอย คีน ตัดสินใจลาออกจากสถาบันอสูรแดงระหว่างฤดูกาล 2005-06 แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ยังอุตส่าห์คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกอีกถึง 4 สมัย (2006-07,2007-08,2008-09 และ 2010-11) โดยไม่จำเป็นต้องมีหัวใจในแดนกลาง!
เนื่องเพราะจุดเด่นของปีศาจแดงอยู่ที่การโจมตีทางริมเส้นต่างหาก
นั่นคือเหตุผลบอกว่าทำไม เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ถึงกระชากปีกตัวเจ็บอย่าง แอชลี่ย์ ยัง มาเสริมสร้างความจัดจ้านบริเวณริมเส้น ก่อน “เพลย์เมคเก้อร์” ในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลาง
สรุปว่าไม่จำเป็นต้องกังวลอะไรให้ไมเกรนขึ้นกบาล
แม้จะปราศจากจอมทัพในแดนกลางคนใหม่ ฤดูกาลหน้าหรือฤดูกาลต่อๆ ไป แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ยังจะได้แชมป์ลีกสูงสุดอยู่ดีนั่นแหละ ฮิหุ-ฮิหุ ฮะโหย-ฮะโหย

“บอ.บู๋”
[email protected]

Short URL: http://tinyurl.com/hmr4gj4


นำข่าวไปเผยแพร่ต่อกรุณาให้เครดิตกับ แมนยูคลับ.com ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

แจ้งลบภาพไม่เหมาะสมติดต่อหรือติดต่อโฆษณาได้ที่ Email: [email protected]




รู้ยัง! แมนยูคลับมีไลน์แล้ว เพิ่มเพื่อน กดแอดมาเลยจร้า