ชลูปป์แฮตทริก!จิ้งจอกยำ4-1,ลีดส์แซง3-2คาร์ลิ่งคัพ

โพสเมื่อ : สิงหาคม 10, 2011

ช่วยกันกด LIKEและSHARE กันด้วยนะครับ



        เจฟฟรี่ย์ ชลูปป์ เป็นฮีโร่ในเกมนี้หลังเจ้าตัวกดแฮตทริกช่วยให้ “สุนัขจิ้งจอก” เลสเตอร์ ซิตี้ บุกมาขย้ำ ร็อตเธอร์แฮม ถึงถิ่น 4-1 ส่วนอีกคู่ ลีดส์ ฮืดจับเฉือนชนะ แบร็ดฟอร์ด สุดมันส์ 3-2 ในศึกฟุตบอลคาร์ลิ่ง คัพ อังกฤษ รอบแรก เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

ฟุตบอลคาร์ลิ่ง คัพ อังกฤษ
(รอบแรก ฤดูกาล 2011-12)
วันอังคารที่ 9 สิงหาคม 2554

ร็อตเธอร์แฮม (ลีก ทู) 1 – เลสเตอร์ ซิตี้ (แชมเปี้ยนชิพ) 4

สนาม : ดอน วัลลี่ย์
ร็อตเธอร์แฮม ทีมจากลีก ทู ที่เพิ่งเปิดบ้านเฉือนชนะ อ๊อกซ์ฟอร์ด ยูไนเต็ด 1-0 ในเกมเริ่มต้นฤดูกาลใหม่เมื่อสุดสัปดาห์ วาง อดัม เลอ ฟอนเดร กองหน้าตัวความหวังลงล่าตาข่ายร่วมกับ ลูอิส แกร็บแบน ดาวยิงคนใหม่

ทางด้าน “เดอะ ฟ็อกซ์” เลสเตอร์ ซิตี้ ที่มี “คิง พาวเวอร์” กลุ่มทุนของไทย เป็นเจ้าของทีมนั้น เปิดฤดูกาลใหม่ในลีกแชมเปี้ยนชิพ ด้วยการบุกพิชิต โคเวนทรี ซิตี้ 1-0 ถึงริโก้ห์ อารีน่า

เกมนี้ไม่มี ลี เพลเตียร์ ฮีโร่ผู้พังประตูโทนในเกมดังกล่าว เนื่องจากเจ็บโคนขาหนีบต้องพักประมาณ 2 สัปดาห์ รวมไปถึง ดาริอุส วาสเซลล์ อดีตดาวยิงทีมชาติอังกฤษที่เริ่มต้นติดโทษแบน 3 นัด

นอก จากนั้นต้องขาดกลุ่มนักเตะที่ต้องไปรับใช้ชาติในเกมกระชับมิตรวันพุธนี้ไล่ ตั้งแต่ แอนดี้ คิง (เวลส์), ยูกิ อาเบะ (ญี่ปุ่น), จอห์น แพนท์ซิล (กานา) และ ฌอน เซนต์ เล็ดเจอร์ (ไอร์แลนด์) แต่ได้ ไมเคิ่ล บอลล์ กองหลังมากประสบการณ์ที่เพิ่งเซ็นสัญญาลงสนามทันที

สามประสานแดนหน้ามี มาร์ติน แว็กฮอร์น, พอล กัลลาเกอร์ และ ฟร้องก์ มุสซ่า

เปิด เกมขึ้นมาได้แค่ 13 นาที เจ้าถิ่นได้ประตูออกนำไปก่อน อดัม เลอ ฟอนเดร เปิดบอลเข้ามาในเขตโทษ แม็ทธิว มิลล์ พยายามจะเตะสกัดออกมาแต่โดนไม่ดีบอลเข้าประตูตัวเองไปให้ ร็อตเธอร์แฮม ออกนำ 1-0

ผ่านมา 28 นาที เจ้าถิ่นอาศัยการทำเกมทางริมเส้นมีลุ้นอีกครั้ง ทอม นิววี่ ได้จังหวะเปิดเข้ามาบอลปลิ้นกำลังจะเสียบคานแต่ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล นายทวารของทีมเยือนยังปัดออกหลังไปได้

จากนั้นห้านาที ร็อตเธอร์แฮม น่าได้อีกครั้ง แดนนี่ สโคลฟิลด์ เปิดบอลมาให้ ไรอัน เครสส์เวลล์ โขก แต่ทาง แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ยังไม่พลาดพุ่งปัดออกไปได้

อย่าง ไรก็ตามกลายเป็น ทัพจิ้งจอก ตามมาตีเสมอสำเร็จในนาทีที่ 36 จากจังหวะที่ มาร์ติน แว็กฮอร์น เปิดฟรีคิกมาให้กับ พอล กัลลาเกอร์ ขึ้นโขกเสียบตาข่ายช่วยให้ เลสเตอร์ ไล่ตามมาเป็น 1-1 เมื่อหมดครึ่งแรก

เข้า สู่ครึ่งหลัง เจ้าถิ่นเปลี่ยนผู้เล่นรวดเดียวสองรายให้ เดล ทังก์ ลงมาเล่นแทน มาร์คัส มาร์แชลล์ ในตำแหน่งแบ็คขวา พร้อมกับให้ คริส โฮลรอยด์ ลงเล่นหน้าแทน ลูอิส แกร็บแบน

เกมของฝูงจิ้งจอกดุดันกว่า ในครึ่งหลัง มาพังประตูแซงนำไปได้ในนาทีที่ 53 จากการซัดของ เจฟฟรี่ย์ ชลูปป์ ช่วยให้เลสเตอร์ นำบ้าง 2-1

จากนั้นทีมเยือนครอง เกมได้หมดแล้ว มาได้ประตูหนีห่าง 3-1 ในนาทีที่ 63 เมื่อ พอล คอนเชสกี้ เปิดฟรีคิกเข้ามาให้กับ เจฟฟรี่ย์ ชลูปป์ โหม่งจมก้นตาข่าย เป็นประตูที่สองของ ชลูปป์ ในเกมนี้แล้ว

เลสเตอร์ ยังไม่เพลาเกมรุก ลุยขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนได้ประตูที่สี่ในนาทีที่ 71 จากจังหวะที่ พอล กัลลาเกอร์ ซัดเข้ากรอบ เล่นเอา แอนดี้ วอร์ริงตัน นายทวารของเจ้าบ้านรับไม่อยู่ บอลมาทาง เจฟฟรี่ย์ ชลูปป์ ตามซ้ำเข้าไปให้จิ้งจอก ทิ้งขาด 4-1 และเป็น แฮตทริก ของ ชลูปป์ ในเกมนี้ด้วย

ช่วงที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ ครบ 90 นาที เลสเตอร์ ซิตี้ บุกมาเอาชนะ ร็อตเธอร์แฮม ไปได้ขาดลอย 4-1 ตบเท้าเข้าสู่รอบสองของคาร์ลิ่ง คัพ ต่อไป

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

ร็อตเธอร์แฮม ยูไนเต็ด
:
แอนดี้ วอร์ริงตัน – มาร์คัส มาร์แชลล์ (เดล ทังก์ น.46), ไรอัน เครสส์เวลล์, ไมเคิล เรย์นส์, ทอม นิวอี้ – แดนนี่ สโคฟิลด์, เจสัน เทย์เลอร์, แดนนี่ แฮร์ริสัน, เบน พรินเกิ้ล (แกเร็ธ อีแวนส์ น.66) – อดัม เลอ ฟอนเดร, ลูอิส แกร็บแบน (คริส โฮลรอยด์ น.46)


สำรองไม่ได้ใช้:
ลุค ฟอสเตอร์, โอลิเวอร์ แบงค์ส, มาร์ค แบร๊ดลี่ย์


ใบเหลือง:
มาร์คัส มาร์แชลล์ น.42

เลสเตอร์ ซิตี้
:
แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล – ไมเคิล บอลล์, แม็ทธิว มิลล์, เจฟฟรี่ย์ ชลูปป์, พอล คอนเชสกี้ – แม็ตต์ โอ๊คลี่ย์ (กัปตันทีม), ไมเคิล จอห์นสัน, ลอยด์ ดายเออร์ – มาร์ติน แว็กฮอร์น, พอล กัลลาเกอร์, ฟร้องก์ มุสซ่า


สำรอง:
คริส วีล (ผู้รักษาประตู) – บรูโน่ แบร์เนอร์, ริชี่ เวลเลนส์, นีล แดนส์, แกลซง แฟร็กน็องเดส, เดวิด นิวเจ้นท์


ใบเหลือง:
พอล กัลลาเกอร์ น.37


ผู้ตัดสิน:
สตีฟ รัชตัน

ลีดส์ ยูไนเต็ด (แชมเปี้ยนชิพ) 3 – แบร็ดฟอร์ด (ลีกทู) 2

สนาม : เอลแลนด์ โร้ด
เกมยอร์คเชียร์ดาร์บี้ในรังของทีมยูงทอง ลีดส์ซึ่งบุกไปพ่ายเซาธ์แฮมป์ตันในลีกปรับให้ลอยด์ แซม , รามอน นูนเยซ และเบน พาร์เกอร์ลงบู๊แทนแม็กซ์ กราเดล , โรเบิร์ต สน็อดกราสส์ และดาร์เรน โอเดียที่ติดภารกิจกับทีมชาติ

ส่วนแบร็ดฟอร์ดประเดิมใช้งานนายทวารออสการ์ แยนส์สันที่ยืมมาจากสเปอร์ส และส่งสตีฟ วิลเลี่ยมส์ลงเล่นแทนลี บุลล็อคในแผงหลังเป็นการปรับโผอีกรายจากเกมปราชัยในลีกต่ออัลเดอร์ช็อทคา บ้าน

ทีมเยือนเริ่มต้นได้ดีกว่า เป็นฝ่ายรุกเข้าหา และนาทีที่ 10 ไมเคิ่ล ฟลินน์ก็ได้ยิงจากหน้าเขตโทษโด่งข้ามคานไปแบบพอได้ลุ้น

แต่แล้วอีกสองนาทีต่อมา เดฟ ไซเออร์สไปเข้าบอลหนักใส่เบน พาร์เกอร์จึงรับใบเหลืองเป็นประเดิม

จากนั้นอีกสองนาที แนวรับอาคันตุกะก็เปิดช่องโหว่ให้ อดัม เคลย์ตัน ลากบอลขึ้นมาทางขวาแล้วจ่ายเข้าเสาไกลให้ นูนเยซ ที่ยืนโล่งๆไร้คนประกบวอลเลย์แค่แปดหลา แต่ดาวเตะฮอนดูรัสซัดโด่งข้ามคานออกไปอย่างเหลือเชื่อ

นาทีที่ 27 ยูงทองซึ่งเริ่มพลิกเกมกลับมาเล่นได้ดีกว่าอย่างชัดเจน ต่อเกมกันขึ้นมาเป็นทอดๆ ก่อนจะจบที่นูนเยซได้กระทุ้งในกรอบเขตโทษด้านซ้าย แต่ไม่มีมุมมากพอบอลจึงตุงตาข่ายด้านข้าง

นาทีที่ 31 กลับเป็นทีมเยือนที่ได้เฮก่อนเมื่อมาร์ค สจ๊วร์ตควบบอลขึ้นทางซ้ายหลุดไปถึงเส้นหลังได้สวยก่อนจ่ายมาหน้าประตูให้ แจ็ค คอมป์ตัน สลัดหนีแซมเข้าซัดระยะหกหลาไม่เหลือให้แบร็ดฟอร์ดออกนำ 1-0

จากนั้นลีดส์ก็เดินหน้าบุกหนัก แต่ทำได้แค่เสียว จบครึ่งแรก เป็นแบร็ดฟอร์ดที่เป็นฝ่ายนำ 1-0

เริ่มเกมในครึ่งหลัง เจ้าถิ่นเปิดเกมบุกทันที และใช้เวลาแค่ 27 วินาทีก็เรียกเสียงเฮได้เมื่อ เคลย์ตัน ไหลบอลจากทางขวาไปเสาไกลให้ นูนเยซ แก้ตัวได้สำเร็จกดจากระยะ 12 หลา บอล บอลพุ่งชนคานก่อนกระดอนชนเสาเข้าไป ให้เจ้าบ้านตีเสมอเป็น 1-1

นาทีที่ 57 กลับเป็นทีมเยือนที่พลิกขึ้นนำอีกครั้ง คราวนี้เป็น ร็อบบี้ เธรลฟอลล์ ที่ตักบอลจากกราบขวาข้ามฟากไปให้ ไมเคิ่ล ฟลินน์ ลากผ่านกองหลังเข้าไปส่องระยะ15 หลา บอลพุ่งเสียบเสาสุดสวย ให้ แบร็ดฟอร์ด ขึ้นนำอีกครั้ง 2-1

นาทีที่ 70 ยูงทอง ไม่ตายง่ายๆเมื่อ ทอม ลีส เปิดบอลยาวจากฝั่งขวามาหน้าประตูให้ แม็คคอร์แม็ค สลัดหนีตัวประกบก่อนโขกเหน่งๆ ให้ทีมไล่ตีเสมอได้เป็น 2-2

นาทีที่ 75 หลังพยายามบุกอยู่นาน เจ้าถิ่นขึ้นนำ 3-2 จากจังหวะที่ ลอยด์ แซม ไหลเรียดจากด้านขวาไปเสาแรกแล้ว กาย บรานสตัน สกัดผิดเหลี่ยมบอลเกือบเข้าประตูตัวเองทำเอา ออสการ์ ยานส์สัน ต้องปัดออกมา แต่ไม่รอดอยู่ดีถูก นูนเยซ วิ่งเข้ายิงระยะแค่สองหลา

ช่วงเวลาที่เหลือ ลีดส์ ยูไนเต็ด ครองบอลได้เกือบหมด หมดเวลาเจ้าบ้านผ่านเข้ารอบด้วยสกอร์ 3-2

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม


ลีดส์ ยูไนเต็ด
:
แอนดี้ โลเนอร์แกน ; พอล คอนนอลลี่, แพทริค กิสนอร์โบ้, แอนดี้ โอไบรอัน, เบน พาร์เกอร์  ;  ราม่อน นูนเยซ, อดัม เคลย์ตัน, โจนาธาน ฮาวสัน, ไมเคิ่ล บราวน์, ลอยด์ แซม  ; รอสส์ แม็คคอร์แม็ค


สำรอง:
พอล ราชุบก้า (ผู้รักษาประตู), อเล็กซ์ บรูซ, ทอม ลีส, เลห์ บรอมบี้, แซ็ค ธอมป์สัน, ชาร์ลี เทย์เลอร์

แบร็ดฟอร์ด ซิตี้
:
ออสการ์ ยานส์สัน ; เลียม มัวร์, กาย บรานสตัน, สตีฟ วิลเลี่ยมส์, ร็อบบี้ เธรลฟอลล์ ; คริส มิทเชลล์, ไมเคิ่ล ฟลินน์, เดฟ ไซเยอร์, เจค คอมป์ตัน ; เจมส์ แฮนสัน, มาร์ค สจ๊วร์ต


สำรอง:
จอน แม็คลาฟลิน (ผู้รักษาประตู), ลุค โอไบรอัน, ลุค โอลิเวอร์, ริทชี่ โจนส์, รอสส์ ฮันน่าห์, ไนออลล์ ร็อดนี่ย์, นาห์กี้ เวลล์ส

ผู้ตัดสิน:
โคลิน เว็บสเตอร์

Short URL: http://tinyurl.com/jd377ee


นำข่าวไปเผยแพร่ต่อกรุณาให้เครดิตกับ แมนยูคลับ.com ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

แจ้งลบภาพไม่เหมาะสมติดต่อหรือติดต่อโฆษณาได้ที่ Email: [email protected]




ฝากเร็ว ถอนง่าย แทงสบาย
รับเงินทดลองเล่นฟรี 300 บาท
FUN88TOPS.COM




รู้ยัง! แมนยูคลับมีไลน์แล้ว เพิ่มเพื่อน กดแอดมาเลยจร้า


FUN88 ให้เงินเล่นฟรี 300 บาท โบนัสแรกเข้า 200% รีบเลย!!!


โปรแกรมและผลการแข่งขัน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด


กิจกรรมทายผลฟุตบอล ลุ้นรับรางวัลพิเศษจากแมนยูคลับ ทุกเดือน