บุญรักษาปีศาจแดง

โพสเมื่อ : September 20, 2011

ช่วยกันกด LIKEและSHARE กันด้วยนะครับ




เขียนเป็น: อยากทราบความรู้สึกของเฮียอ่ะครับ หลังจากที่หงส์โดนไป 4 ดอก (อิอิอิ), แมนฯ ซิตี้ ก็ทำได้แค่เสมอทั้งที่นำก่อน 2-0 แถมปืนกระบอกแตกอีกต่างหาก แต่ แมนฯ ยูไนเต็ด ยัดเยียดความบรรลัยให้คู่เล่นอันตรายอย่าง เชลซี ได้สำเร็จด้วยสกอร์ 3-1 เข้าใจว่าเฮียคงมีความสุขและเสียวซ่านมากใช่ไหมครับ?

 

ชายสี่ หมี่ดำมันและหยิก

ส่งไม่ตาย: ถึงแม้พลพรรคปีศาจแดงจะมอบความปราชัยให้ผู้มาเยือนระดับลุ้นแชมป์ด้วยกัน แต่ในฐานะของผู้ขายวิญญาณให้ท่านซาตาน ผมขอเรียนตามตรงว่าเสียวซ่านอย่างเดียวโดยไม่ค่อยมีความสุขสักเท่าไหร่
เหตุเพราะมันเป็นชัยชนะที่มาพร้อมกับความน่าวิตกน่ะซี่
สิ่งที่ต้องยอมรับคือ เชลซี เล่นดีกว่าอย่างเป็นเอกฉันท์
นอกจากรูปเกมโดยรวมจะเหนือกว่า ลูกทีมของ อันเดร วิลลาช-โบอาช ยังมีโอกาสทำลายตาข่ายมากกว่า ซึ่งตามมาตรฐาน พวกเขาควรจะยิงได้มากกว่า 1 ประตู
อันที่จริงน่าจะกระทุ้งได้ถึง 4 ดอกด้วยซ้ำ
หนึ่งคือจังหวะที่ อันแดร์สัน ทะลึ่งถวายพานทองให้ เฟร์นานโด ตอร์เรส ลากไปสับไกยิงในเขตโทษ ถ้าเป็นสมัยที่ยังถูกห่อหุ้มด้วยเครื่องนุ่งห่มหงส์แดง บอกได้คำเดียวครับว่า “ฉิบหาย”
สองคือจังหวะที่ เฟร์นานโด ตอร์เรส บรรจงผ่านบอลมาหน้าประตูแล้ว รามิเรส ตะบันไปตรงตัว ดาบิด เด เคอา ขอเรียนว่าเดชะบุญ เพราะถ้าปล่อยให้ ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ที่พุ่งเข้ามาทางเสาไกลเป็นผู้ยิงแทน บอกได้คำเดียวครับว่า “ฉิบหาย”
และสามคือจังหวะที่กองหน้าค่าตัว 50 ล้านปอนด์ เลี้ยงหลบนายทวารปีศาจแดงเหลือเพียงประตูโล่งๆ ที่แอ่นตูดให้พลางเอ่ยปากเชิญชวนว่า “เชิญกระหน่ำได้เลยค่ะ” ก่อนที่ “ตอร์” จะสับไกยิงด้วยซ้ายพลางคิดในใจว่า “กูจะดีใจด้วยท่าไหนดีนะ?”
วูบนั้นท่านผู้ชมทางบ้านอย่างผมเผลอหล่นอุทานออกมาโดยไม่รู้ตัวว่า…ฉิบหายยยย!!!
บุญรักษาที่ลูกมันดันไปเข้าเท้าซ้ายข้างไม่ถนัดของเจ้าของสมญา “เอล นินโญ่” จนกลายเป็นความผิดพลาดที่กระชากความตกตะลึงมากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติ ศาสตร์ลูกหนัง (คุณลุงผมที่เป็นเบาหวานยังน่าจะยิงเข้าเลยครับ)
มิเช่นนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด คงทำได้แค่เสมอ หรือไม่ก็อาจจะแพ้คาถิ่นไปแล้วก็ได้
สรุปว่าลูกทีมของคุณป๋าแค่มีโชคและดวงที่ดีกว่าเท่านั้นเอง
ประตูแรก คริส สมอลลิ่ง พุ่งเข้าโขกจากตำแหน่งล้ำหน้า (ถือว่าชดใช้คืนแล้วกัน เพราะเมื่อฤดูกาล 2009-10 เชลซี บุกมาปล้นแชมป์พรีเมียร์ลีก ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด จากจังหวะยิงที่ ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา ล้ำหน้าประมาณ 3 ไมล์ โดยไม่ต้องอาศัยภาพช้าก็ดูออก)
ประตูที่สองมาจากความสามารถเฉพาะตัวของ นานี่ ในรูปแบบของ “ผีจับยัด”
ส่วนประตูที่ 3 ก็ถือว่าโชคดีมิใช่น้อยที่ จอห์น เทอร์รี่ เตะบอลอัด นานี่ แล้วกระดอนมาเข้าทางตีนของ เวย์น รูนี่ย์ ที่หน้าประตู
2 ใน 3 ประตูมีเรื่องของดวงเข้ามาเกี่ยวข้อง มิหนำ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังรอดพ้นจากการเสียประตูเหมือนได้รับความช่วยเหลือจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์รอบๆ โรงละครแห่งความฝันซะมากกว่า
ใครบอกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด เล่นเกมรับได้อย่างเหนียวแน่น ผมขอเถียงนะครับ ในเมื่อเห็นๆ กันอยู่ว่าพวกเขาออกวีซ่าให้คู่แข่งล้วงล้ำเข้ามาหาจังหวะจบในพื้นที่มาก เกินไป ถ้าผู้เล่น เชลซี ไม่เอาโอกาสของตัวเองไปโยนทิ้งลงโถส้วมที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด คงกลายเป็นเรื่องใหญ่ระดับประเทศไปแล้ว
แม้ชัยชนะด้วยสกอร์ 3-1 จะดูเหมือนขาด กระนั้นเชื่อว่าส่วนใหญ่ของผู้มีจิตศรัทธาล้วนตกอยู่ในอาการ “ประสาทแดกส์” อย่างจงหนักจนถึงนาทีสุดท้าย ข้อดีเพียงข้อเดียวของพลพรรคปีศาจแดงที่ผมสังเกตเห็นจากนัดล่าสุดคือ ประสิทธิภาพในการทำลายตาข่ายให้สิ้นซาก คือไม่ว่าจะเล่นดีหรือเล่นห่วย หรือตกอยู่ในสถานการณ์ใด พวกเขายังหาวิธีแย่งประตูจากคู่แข่งได้ตลอดเวลา ซึ่งการยิงประตูถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของเกมฟาดแข้ง
อย่างไรก็ตาม
มีอีกอย่างที่ขโมยความสุขของผมไปในค่ำคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา นั่นคือ อาการบาดเจ็บ ที่แวะเวียนมาเยี่ยมผู้เล่นของ แมนฯ ยูไนเต็ด อย่างไม่รู้จักเกรงอกเกรงใจ
ริโอ เฟอร์ดินานด์ กับ เนมานย่า วิดิช ถูกอาการบาดเจ็บตามรังควานตั้งแต่เกมชิงโล่การกุศล ตามมาด้วย แดนนี่ เวลเบ็ค ในเกมถล่ม อาร์เซน่อล 8-2 ก่อนที่ ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์ จะถูกอาการบาดเจ็บลักพาตัวไปเรียกค่าไถ่ในเกมบุกโขยก โบลตัน 5-0
ล่าสุด ฮาเวียร์ “น้องถั่ว” เอร์นานเดซ ก็ต้องเดินขาลากเหมือนน้องหมาโดนรถทับออกจากสนามไปอีกคน
ว่าแล้วขอประนาม แอชลี่ย์ โคล นักเตะที่เคยถูกหนังสือพิมพ์ “เดอะ ซัน” กล่าวหาว่าเอาโทรศัพท์มือถือยัดเข้าไปในรูตูดของตัวเองโดยเปิดระบบสั่นเอาไว้แล้ววานให้เพื่อนโฟนเข้ามา
เข้าใจครับว่ามันเป็นสัญชาติญาณของกองหลังที่จำเป็นต้องขัดขวางการยิงของคู่แข่งทุกรูปแบบและทุกวิถีทาง
แต่เมื่อดูจากภาพช้าพบว่าอดีตสามีของ เชอรีล โคล เจตนายกตีนสูงเพื่อนาบปุ่มสตั๊ดไปที่หน้าแข้งของ “ชิชาริโต้” เลยนี่หว่า
แหม…นี่ถ้าอดีตภรรยาของ แอชลี่ย์ โคล กำลังดูอยู่ เธอคงจะชื่นชมพฤติกรรมของอดีตสามีตัวเองด้วยความภาคภูมิใจแบบเต็มประดาว่า “เชี่ยนะคะ”
แต่ที่พ่อไม่เข้าใจตุ้มอย่างรุนแรงมากกว่า คือคุณพี่ผู้ตัดสิน ฟิล ดาวด์ เรียกแบ็คซ้ายของ เชลซี มาแจกใบเหลือง โทษฐานเสียบสกัดรุนแรงเกินกว่าเหตุ ซึ่งนั่นแสดงว่าเกิดการฟาวล์ในเขตโทษ
ในเมื่อมันเป็นการฟาวล์ในเขตโทษ ไฉนมันถึงไม่เป็นจุดโทษ?

“บอ.บู๋”
[email protected]

Short URL: http://tinyurl.com/zh6sygn


Tags: , , , , , , ,

นำข่าวไปเผยแพร่ต่อกรุณาให้เครดิตกับ แมนยูคลับ.com ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

แจ้งลบภาพไม่เหมาะสมติดต่อหรือติดต่อโฆษณาได้ที่ Email: [email protected]






รู้ยัง! แมนยูคลับมีไลน์แล้ว เพิ่มเพื่อน กดแอดมาเลยจร้า


FUN88 ให้เงินเล่นฟรี 300 บาท โบนัสแรกเข้า 200% รีบเลย!!!