ประวัติสโมสรแมนยู

สโมสรในช่วงแรก (1878-1945)

สโมสรในช่วงแรก (1878-1945) สโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดก่อตั้งโดยกลุ่มพนักงานกรรมกรในเหมืองแร่ถ่านหินใน เมืองแมนเชสเตอร์ โดยในตอนแรกนั้นเป็นเพียงแค่สโมสรเล็ก ๆ ที่ทำการแข่งขันกันระหว่างคนงานด้วยกัน ต่อมามีพนักงานคนหนึ่งชื่อ J.C. Kuya เป็นคนผิวดำ มีเชื้อชาติแอฟริกัน ได้ออกมาประกาศว่าสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดจะก้าวไปเป็น 1 ในสโมสรที่ดีที่สุดในโลกในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งจากคำพูดนี้ทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นอย่างมากภายในกลุ่มคนงานด้วยกัน เนื่องจาก Kuya นั้น เป็นเพียงแค่ตัวสำรองในทีมซะเป็นส่วนใหญ่ แต่กลับกล้าออกความเห็นในที่สาธารณะ ซึ่งควรจะเป็นสิทธิของคนที่เป็นกัปตันทีม ซึ่งในขณะนั้น คือ Donny Dever ชาวอังกฤษโดยกำเนิด มีภูมิลำเนาเดิมอยู่แถบเมืองลิเวอร์พูล แต่เนื่องจากตกงานเป็นเวลานานจึงระหกระเหเร่ร่อนออกมาเป็นคนงานเหมืองแร่ใน แถบเมืองแมนเชสเตอร์ ความขัดแย้งในครั้งนี้รุนแรงมากถึงขนาดมีการแบ่งแยกออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มคนขาว นำโดย Dever และกลุ่มคนดำ นำโดย Kuya ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ สโมสรเลยทีเดียว โดยมีผู้เสียชีวิตมากเกือบร้อยคน แต่เรื่องนี้กลับถูกปิดเป็นความลับที่มีน้อยคนนักที่ได้รู้

ยุคของเซอร์ แมตต์ บัสบี้ (1945-1969)

แมตต์ บัสบี้ได้เข้ามาคุมทีมในปี 1945 เขาได้นำความสำเร็จมาสู่สโมสรได้อย่างรวดเร็ว โดยได้อันดับสองของฟุตบอลลีกในปี 1947 และชนะเลิศเอฟเอ คัพในปีต่อมา

บัสบี้เป็นคนที่ดึงนักเตะจากทีมเยาวชนขึ้นมาหลายคน จนได้แชมป์ลีกในปี 1956 ด้วยอายุเฉลี่ยของนักเตะเพียง 22 ปีเท่านั้น ในปีต่อมา เขาก็ได้พาทีมเป็นแชมป์ลีกอีกครั้ง และยังเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ แต่ไปไม่ถึงดวงดาวโดยการแพ้ต่อแอสตัน วิลลา แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเป็นทีมแรกของอังกฤษที่ได้เข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลยูโรเปี้ยนคัพ และยังได้เข้าถึงรอบรองชนะเลิศอีกด้วย

ในปี 1958 ได้เกิดโศกนาฏกรรมครั้งยิ่งใหญ่ของสโมสร เมื่อเครื่องบินที่บรรทุกนักเตะและทีมงานของสโมสร ที่กลับจากการไปแข่งขันยูโรเปียนคัพรอบก่อนรองชนะเลิศกับทีมเรดสตาร์ เบลเกรด ซึ่งแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดสามารถผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศแล้วได้ประสบอุบัติเหตุที่สนามบินในเมืองมิวนิค หลังจากแวะพักเครื่องบินที่เมืองมิวนิค ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ เวลาประมาณบ่าย 3 โมง เหตุการณ์ครั้งนั้นได้คร่าชีวิตนักเตะของทีมไปถึง 8 คน รวมถึงทีมงานสต๊าฟโค้ชและผู้โดยสารคนอื่นอีก 15 คน รวมเป็น 23 คน หนึ่งในคนที่เสียชีวิตในครั้งนี้ คือ ดันแคน เอ็ดเวิร์ด นักเตะดาวรุ่งพรสวรรค์สูงสุดในขณะนั้น จากเหตุการณ์ครั้งนี้ มีผู้คาดว่าจะเป็นจุดตกต่ำของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด แต่จิมมี เมอร์ฟีได้ เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมในช่วงที่บัสบี้กำลังรักษาอาการบาดเจ็บ และใช้ตัวผู้เล่นแก้ขัดไปหลายตำแหน่ง แต่ทีมก็ยังสามารถเข้าชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพได้อีกครั้ง โดยครั้งนี้พ่ายต่อโบลตันทำให้ได้เพียงรองแชมป์เท่านั้น

หลังจากรักษาตัวเองแล้ว บัสบี้ได้ปรับปรุงทีมในช่วงต้นของทศวรรษ 60 โดยการเซ็นสัญญาคว้านักเตะอย่าง เดนิส ลอว์ กับ แพท ครีแลนด์มา เสริมทีม แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดก็ชนะเลิศฟุตบอลเอฟเอ คัพในปี 1963 และได้แชมป์ฟุตบอลลีกในปี 1965 และ 1967 นอกจากนี้ ยังได้แชมป์ฟุตบอลยูโรเปี้ยนคัพเป็นสโมสรแรกของอังกฤษในปี 1968 ซึ่งเป็นระยะเวลาเพียง 10 ปี เท่านั้นหลังจากเกิดเหตุโศกนาฏกรรมที่มิวนิค ที่ทำให้ทีมต้องสูญเสียผู้เล่นตัวหลักไปถึง 8 คน และจากความยอดเยี่ยมของทีมชุดนี้ ทำให้มีนักเตะ 3 คนด้วยกัน ที่สามารถคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของยุโรป (บัลลงดอร์) ได้แก่เดนิส ลอว์ ได้รับรางวัลในปี 1964 คนที่สองคือบ๊อบบี้ ชาร์ลตันได้รับในปี 1966 หลังจากพาทีมชาติอังกฤษคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกครั้งแรกและครั้งเดียวของพวกเค้า และจอร์จ เบสต์ได้ รับรางวัลในปี 1968 หลังจากโชว์ฟอร์มอันยอดเยี่ยมพาแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดคว้าแชมป์ฟุตบอลยูโรเปีย น คัพเป็นครั้งแรกของสโมสรและครั้งแรกของอังกฤษ

บัสบี้ได้ลาออกจากการเป็นผู้จัดการทีมในปี 1969 โดยมีวิฟ แมคกินเนสโค้ชทีมสำรองทำหน้าที่แทน

1969-1986

สัญลักษณ์สโมสรในช่วง 1970

สโมสรได้พยายามหาตัวแทนที่เหมาะสมของบัสบี โดยใช้ผู้จัดการทีมไปหลายคน ได้แก่ วิฟ แมคกิวเนส, แฟรงค์ โอนีล ก่อนที่ ทอมมี โดเคอร์ตี้เข้า มาคุมทีมในปี 1972 เขาได้ช่วยทีมให้รอดจากการตกชั้น แต่อย่างไรก็ดี ทีมก็ได้ตกชั้นลงไปในปี 1974 แต่สโมสรก็ได้เลื่อนชั้นขึ้นมาทันทีในปีถัดไป และยังได้เข้าชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพในปีต่อมาอีกด้วย จากนั้นก็ได้เข้าชิงชนะเลิศอีกครั้งในปี 1977 โดยครั้งนี้สามารถคว้าแชมป์ได้โดยการเอาชนะทีมลิเวอร์พูล เป็นการดับความหวังการคว้าสามแชมป์ในปีเดียวกันของหงส์แดงลงไป ถึงเขาจะทำหน้าที่ได้ดี แต่ก็ถูกไล่ออกหลังจากรอบชิงชนะเลิศปีนั้นเนื่องจากมีข่าวพัวพันกับภรรยาของ นักกายภาพบำบัด

เดฟ เซกซ์ตันได้ เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมต่อในฤดูกาล 1977-1978 และเปลี่ยนระบบการเล่นของทีมให้เน้นเกมรับมากขึ้น ระบบนี้ทำให้แฟนบอลไม่ค่อยพอใจมากนัก หลังจากทำทีมไม่ประสบความสำเร็จ เขาถูกไล่ออกในปี 1981

รอน แอคคินสันได้เข้ามาทำหนาที่นี้แทน เมื่อเขาเข้ามาก็ได้ทำลายสถิติซื้อขายสูงสุดของอังกฤษโดยการคว้าตัวไบรอัน ร็อบสัน มาจากเวสต์บรอมวิช รวมถึง การคว้าตัว เจสเปอร์ โอลเซน และกอร์ดอน สตรัคคั่น ในขณะที่มีนักเตะอย่างมาร์ค ฮิวจส์ และนอร์แมน ไวท์ไซด์ที่ขึ้นมาจากทีมเยาวชนของสโมสร แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดได้แชมป์เอฟเอ คัพในปี 1983

ปี 1985 แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดทำผลงานได้ดีในช่วงเปิดฤดูกาลโดยการชนะ 10 นัดรวด ทำให้มีคะแนนนำทีมอื่นถึง 10 คะแนนตั้งแต่ต้นฤดูกาล แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นทีมทำผลงานได้ไม่ดีและจบฤดูกาลด้วยอันดับ 4 ของลีก ผลงานในปีต่อมาก็ไม่ได้ดีขึ้น ทีมต้องหนีการตกชั้น ทำให้รอน แอคคินสันถูกไล่ออกไป

ยุคของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน (1986-ปัจจุบัน)

อเล็กซ์ เฟอร์กูสันได้เข้ามาคุมทีมต่อ โดยในฤดูกาลแรกสโมสรจบฤดูกาลด้วยอันดับ 11 แต่ในปีต่อมาก็ได้อันดับสองโดยไบรอัน แมคแคลร์ทำประตูได้ถึง 21 ประตู เป็นคนแรกของทีมหลังจากที่จอร์จ เบสต์เคยทำได้มาก่อนหน้านี้

ในปี 1989 เฟอร์กูสันเกิดความยากลำบากในการคุมทีมขึ้น เนื่องจากตัวผู้เล่นหลายตัวที่เขานำเข้ามาในทีมไม่เป็นที่พอใจของแฟนบอล มีข่าวออกมาว่าสโมสรจะปลดเฟอร์กี้ออกจากการเป็นผู้จัดการทีมในช่วงต้นปี 1990 แต่การชนะนอตติ้งแฮม ฟอเรสต์ในรอบสาม ของเอฟเอ คัพ ก็ทำให้เขาสามารถคุมทีมต่อไปได้ จนคว้าแชมป์เอฟเอ คัพได้ในปีนั้น เป็นแชมป์แรกให้กับเขาในการคุมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

ฤดูกาล 1990-91 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดคว้าแชมป์คัพ วินเนอร์ส คัพ โดยการเอาชนะบาร์เซโลนา จากสเปน ในนัดชิงชนะเลิศ แต่ปีต่อมาทีมทำผลงานไม่ดีนักในพรีเมียร์ลีก

สโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดได้เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ในลอนดอนเมื่อปี 1991 ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 18 ล้านปอนด์ จากนั้น สโมสรต้องเปิดเผยข้อมูลการเงินทั้งหมดสู่สาธารณะ

เอริค คันโตนาย้ายจากลีดส์ ยูไนเต็ดมา ร่วมทีมเมื่อปี 1992 ส่งผลต่อความสำเร็จของทีมเป็นอย่างมาก ทำให้ทีมได้แชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนั้นทันที ซึ่งนับเป็นแชมป์ลีกหนแรกในรอบ 26 ปี นับจากที่ได้มาครั้งล่าสุดในปี 1967 ปีต่อมา ทีมได้ดับเบิลแชมป์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร แต่ในปี 1994 นั้นเอง แมตต์ บัสบี้ ตำนานกุนซือของได้เสียชีวิตลงในวันที่ 20 มกราคม

ฤดูกาล 1994-95 คันโตนาถูกสมาคมฟุตบอลอังกฤษลง โทษห้ามแข่งถึง 8 เดือน หลังจากที่ไปกระโดดถีบใส่แมทธิว ซิมมอนส์ แฟนบอลคริสตัล พาเลซ ปีนั้น แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดได้รองแชมป์ทั้งพรีเมียร์ลีกและเอฟเอ คัพ เฟอร์กูสันได้กระทำสิ่งที่ขัดใจแฟนบอลของทีมอีกครั้ง ด้วยการขายนักเตะสำคัญของทีมและดันนักเตะจากทีมเยาวชนขึ้นมาเล่นแทน แต่ปีนั้นทีมก็สามารถคว้าดับเบิ้ลแชมป์ได้อย่างน่ายกย่อง โดยเป็นทีมแรกของเกาะอังกฤษ ที่สามารถคว้าดับเบิ้ลแชมป์ได้เป็นสมัยที่สองซึ่งเว้นจากครั้งแรกที่ได้ดับ เบิ้ลแชม์ในปี 1994 เพียงปีเดียว และสามารถที่จะลบคำสบประมาทที่ถูกปรามาสเอาไว้ว่าไม่สามารถที่จะประสบความ สำเร็จใดๆได้ จากการผลักดันเด็กเยาวชนของทีมให้ขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่

สโมสรคว้าแชมป์ลีกอีกครั้งในปี 1997 จากนั้น เอริค คันโตนาได้ประกาศเลิกเล่นฟุตบอลด้วยวัยเพียง 30 ปีซึ่งเร็วกว่านักเตะคนอื่นๆ มาก ฤดูกาลทีมยังเริ่มต้นการแข่งขันได้ดี แต่มีปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนมามากจนทำให้จบฤดูกาลได้เพียงอันดับสองเท่านั้น

ปี 1998-99 ถือเป็นปีที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร ด้วยการเป็นทีมแรกของอังกฤษที่คว้าทริปเปิลแชมป์ ซึ่งประกอบด้วยพรีเมียร์ลีก เอฟเอคัพ และยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีกได้ในฤดูกาลเดียวกันอย่างน่าประทับใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก โดยในนาทีสุดท้ายของเกมนั้น ทีมยังตามหลังบาเยิร์น มิวนิกอยู่ 1-0 แต่แล้วในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ 3 นาทีนั้น ทีมสามารถทำได้ถึงสองประตูพลิกกลับมาชนะ 2-1 ได้อย่างเหลือเชื่อจากเท็ดดี้ เชอริงแฮม และ “เพชรฆาตหน้าทารก” โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

จากการคว้าสามแชมป์ ทำให้อเล็กซ์ เฟอร์กูสันได้รับการพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จากสมเด็จพระบรมราชินีนาถเอลิซาเบถที่ 2 เป็นท่านเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เพื่อตอบแทนผลงานที่สามารถสร้างชื่อเสียงและเกียรติประวัติให้แก่ประเทศ ซึ่งถือเป็นบุคคลที่ได้รับตำแหน่งท่านเซอร์คนที่ 3 ในประวัติศาสตร์ของสโมสร โดยผู้ที่ได้รับคนแรกคือ เซอร์แมตต์ บัสบี้ คนที่สองคือ เซอร์บ็อบบี้ ชาร์ลตัน ตำนานของสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

หลังจากคว้าแชมป์ลีกในฤดูกาลที่ผ่านมา ในฤดูกาล 1999-2000 ถึง 2000-2001 ยูไนเต็ดสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ในวงการฟุตบอลอังกฤษโดยการแชมป์ลีก 3 ครั้งติดต่อกัน ซึ่งเป็นทีมทึ่ 3 ที่ทำได้ (ทีมที่ทำได้ก่อนหน้าคือทีมแรกอาร์เซนอลฤดูกาล 1932-33, 1933-34 และ 1934-35และลิเวอร์พูล) และในช่วงนั้นยูไนเต็ดได้คว้าตัวนักเตะสำคัญคือ กองหน้าชาวดัตช์ รุด ฟาน นิสเตลรอย ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็น 1 ในตำนานสโมสรที่ลงสนาม 220 นัด และยิงได้ถึง 150 ประตู และริโอ เฟอร์ดินานด์ กองหลังที่มีค่าตัวสูงถึง 30 ล้านปอนด์

แต่อย่างไรก็ดี ในปี 2001-2006 ยูไนเต็ดได้ประสบปัญหาหลายอย่าง อย่างแรกคือสโมสรไม่สามารถหาผู้รักษาประตูที่เป็นตัวตายตัวแทนของ ปีเตอร์ ชไมเคิล ได้ สโมสรได้เปลี่ยนผู้รักษาประตูมือ 1 หลายคน ไม่ว่าจะเป็นมาร์ค บอสนิช, ไรมอนด์ ฟาน เดอ ฮาว, มัสซิโม่ ตาอิบี้, พอล ราชุบก้า, แอนดี้ กอแร่ม, ฟาเบียง บาร์กเตซ, ทิม โฮเวิร์ด, รอย คาโรล, และ ริคาร์โด้ โลเปซ และปัญหาอีกอย่างหนึ่งคือมีผู้เล่นที่เป็นกำลังหลักจำนวนมากได้ออกจากสโมสร ไม่ว่าจะเป็นยาป สตัม, เดวิด เบ็คแฮม, รอย คีน กัปตันทีม, หรือแม้กระทั่งรุด ฟาน นิสเตลรอย โดยมีสาเหตุมาจากการมีปัญหากับเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน [3] [4] ทั้งสิ้น ในช่วง 5 ปีนี้ ยูไนเต็ดคว้าแชมป์ลีกเพียงครั้งเดียว (ฤดูกาล 2002-2003) และได้ถ้วยรางวัลอื่นๆ อีก 2 รายการ คือ เอฟเอคัพ (2003-2004) และ ลีกคัพ (2005-2006) เท่านั้น โดยใน 2 ฤดูกาลหลัง เชลซีได้เข้ามามีบทบาทเด่นในฟุตบอลลีกเนื่องมาจากการเข้าเทคโอเวอร์สโมสรของ โรมัน อบราโมวิช มหาเศรษฐีชาวรัสเซีย ทำให้เชลซีมีงบประมาณซื้อตัวผู้เล่นไม่จำกัดและคว้าแชมป์ลีก 2 ปีติดต่อกัน

ต่อมาในปี 2006-2008 อเล็กซ์ เฟอร์กูสันได้ผ่าตัดทีมใหม่อีกครั้ง โดยมีแกรี่ เนวิลล์ เป็นกัปตันทีมคนใหม่ที่รับตำแหน่งกัปตันแทน รอย คีน 11 ผู้เล่นของยูไนเต็ดมีความลงตัวกว่าปีที่ผ่านๆ มา ผู้เล่นที่โดดเด่นมี เอ็ดวิน ฟาน เดอ ซาร์ ผู้รักษาประตูทีมชาติฮอลแลนด์ที่เป็นตัวแทนของ ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล และกองหลังมีเนมานย่า วิดิช ผู้เล่นยอดเยี่ยมของเซอร์เบียแอนด์มอนเตเนโกร และริโอ เฟอร์ดินานด์กองหลังค่าตัว 30 ล้านปอนด์เป็นแกนกลาง, ปีกซ้ายขวามี คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ปีกดาวรุ่งโปรตุเกสที่สืบทอดเสื้อหมายเลข 7 ต่อจากเดวิด เบ็คแฮม และนานี่ ปีกดาวรุ่งผู้เป็นตัวแทนของไรอัน กิ๊กส์ และกองหน้ามี เวย์น รูนี่ย์ ดาวยิงประตูที่มีค่าตัวถึง 27 ล้านปอนด์ [5] เป็นกำลังหลัก อเล็กซ์เฟอร์กูสันได้กล่าวว่าทีมชุดนี้เป็นชุดที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้ชุดปี 1999, ซึ่งทีมชุดนี้สามารถนำแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดไล่ล่าความสำเร็จอีกครั้ง โดยการคว้าแชมป์ลีก 3 ปีติดต่อกันในปี 2006-2009 และการคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกอีกครั้งในฤดูกาล 2007-2008

ในปี 2010 เนมานย่า วิดิช ได้รับตำแหน่งกัปตันหลังจากการประกาศเลิกเล่นของแกรี่ เนวิลล์ ผู้เล่นที่มีความโดดเด่นในช่วงนี้คือ ไมเคิ่ล โอเว่น อดีตกองหน้าลิเวอร์พูลที่สวมเสื้อหมายเลข 7 ต่อจากคริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ จาเวียร์ ชิชาริโต้ เออร์นันเดซ กองหน้าทีมชาติเม็กซิโก ยูไนเต็ดคว้าแชมป์ลีกได้อีกครั้งในฤดูกาล 2010-2011

การเทคโอเวอร์ของมัลคอล์ม เกลเซอร์

ในวันที่12 พฤษภาคม พ.ศ. 2548 (2005) มัลคอล์ม เกลเซอร์ นักธุรกิจชาวสหรัฐอเมริกาสามารถครอบครองในสโมสรเกินร้อยละ 70 หลังจากบรรลุข้อตกลงซื้อหุ้นของผู้ถือหุ้นเจ. พี. แมกมานัส และจอห์น แมกเนียร์ ซึ่งถือหุ้นอยู่ร้อยละ 28.7 จาก และแฮร์รี่ ดอบสัน ผู้ถือหุ้นใหญ่ลำดับสามชาวสกอต[6][7] ในวันที่ 16 พฤษภาคม เกลเซอร์ครอบครองหุ้นเกินร้อยละ 75 ซึ่งทำให้เขาสามารถนำสโมสรออกจากตลาดหลักทรัพย์ได้[8] แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดถูกนำออกจากตลาดหลักทรัพย์ลอนดอนในวันที่ 22 มิถุนายน[9] เกลเซอร์สามารถครอบครองหุ้นร้อยละ 98 เป็นผลสำเร็จในวันที่ 28 มิถุนายน ซึ่งเกินระดับที่กำหนดให้บังคับซื้อหุ้นส่วนที่เหลือ[2] มัลคอล์ม เกลเซอร์แต่งตั้งลูกชายสามคนของเขาเข้าในคณะกรรมการบริหาร ผู้สนับสนุนจำนวนมากไม่พอใจการเข้าครอบครองกิจการของเกลเซอร์[10]

ทีมงานประจำสโมสร

บริษัท แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จำกัด

  • ประธานสโมสรร่วม – โจเอล เกลเซอร์ และ อาฟราม เกลเซอร์
  • ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร – เดวิด กิลล์
  • ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ – มิชาเอล โบลิ่งโบรค
  • ผู้อำนวยการด้านการค้า – ริชาร์ด อาร์โนลด์
  • ผู้อำนวยการบริหาร – เอ็ด วู้ดเวิร์ด
  • ผู้อำนวยการ – ไบรอัน เกลเซอร์ / เควิน เกลเซอร์ / เอ็ดเวิร์ด เกลเซอร์ / ดาร์ซี เกลเซอร์

สโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ทีมผู้ฝึกสอนและแพทย์

ผู้เล่นชุดปัจจุบัน

Note: ธงชาติที่ปรากฎบ่งบอกให้ทราบว่าผู้เล่นคนนั้นสามารถเล่นให้กับชาติใดตามกฎของฟีฟ่า ตามความเหมาะสม เพราะบางผู้เล่นอาจถือสองสัญชาติ

No. ตำแหน่ง ผู้เล่น
1 ธงชาติของสเปน GK ดาบิด เด เคอา
3 ธงชาติของฝรั่งเศส DF ปาทริส เอวรา (รองกัปตันทีม)
4 ธงชาติของอังกฤษ DF ฟิล โจนส์
5 ธงชาติของอังกฤษ DF ริโอ เฟอร์ดินานด์
6 ธงชาติของไอร์แลนด์เหนือ DF จอนนี อีแวนส์
8 ธงชาติของบราซิล MF แอนเดอร์สัน
9 ธงชาติของบัลแกเรีย FW ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ
10 ธงชาติของอังกฤษ FW เวย์น รูนีย์
11 ธงชาติของเวลส์ MF ไรอัน กิกส์
12 ธงชาติของอังกฤษ DF คริส สมอลลิง
13 ธงชาติของเกาหลีใต้ MF ปาร์ก จีซอง
14 ธงชาติของเม็กซิโก FW คาเบียร์ เอร์นันเดซ
15 ธงชาติของเซอร์เบีย DF เนมันยา วิดิช (กัปตันทีม)
16 ธงชาติของอังกฤษ DF ไมเคิล คาร์ริก
17 ธงชาติของโปรตุเกส MF นานี
18 ธงชาติของอังกฤษ MF แอชลีย์ ยัง
19 ธงชาติของอังกฤษ FW แดนนี เวลเบก
20 ธงชาติของบราซิล DF ฟาบีโอ
No. ตำแหน่ง ผู้เล่น
21 ธงชาติของบราซิล DF ราฟาเอล
22 ธงชาติของอังกฤษ MF พอล สโกลส์
23 ธงชาติของอังกฤษ MF ทอม เคลเวอร์ลีย์
24 ธงชาติของสกอตแลนด์ MF ดาร์เรน เฟล็ตเชอร์
25 ธงชาติของเอกวาดอร์ MF อันโตเนียว บาเลนเซีย
27 ธงชาติของอิตาลี FW เฟเดรีโก มาเกดา
29 ธงชาติของโปแลนด์ GK ตอมัช กุชต์ชัก
33 ธงชาติของโปรตุเกส FW เบเบ้
34 ธงชาติของเดนมาร์ก GK อันเดอร์ส ลินเดการ์ด
37 Flag of Ireland MF ร็อบบี แบรดดี
40 ธงชาติของอังกฤษ GK เบน เอมอส
41 ธงชาติของนอร์เวย์ FW โจชัว คิง
42 ธงชาติของฝรั่งเศส FW พอล ป็อกบา
46 ธงชาติของอังกฤษ MF ไรอัน ทันนิคลิฟ
47 ธงชาติของไอร์แลนด์เหนือ FW โอลิเวอร์ นอร์วูด
48 ธงชาติของอังกฤษ FW วิล คีน
50 ธงชาติของอังกฤษ GK แซม จอห์นสตัน
51 ธงชาติของอังกฤษ DF เอเซเกียล ฟรายเออร์ส

 

ผู้เล่นชุดเยาวชน

Current Academy players

Player Date of birth Position International caps Previous club Joined United
Young Professionals
ธงชาติของอังกฤษ Sam Johnstone 25 มีนาคม ค.ศ. 1993 (19 ปี) GK Capped at Under-19 level July 2009
ธงชาติของเบลเยียม Marnick Vermijl 13 มกราคม ค.ศ. 1992 (20 ปี) DF Capped at Under-18 level Standard Liège July 2010[11]
ธงชาติของRepublic of Ireland Sean McGinty 11 สิงหาคม ค.ศ. 1993 (18 ปี) DF Capped at Under-19 level Charlton Athletic[12] July 2009
ธงชาติของอังกฤษ Luke Giverin 4 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1993 (19 ปี) DF
ธงชาติของอังกฤษ Ezekiel Fryers 9 กันยายน ค.ศ. 1992 (19 ปี) DF Capped at Under-19 level
ธงชาติของRepublic of Ireland Michael Keane 11 มกราคม ค.ศ. 1993 (19 ปี) DF Capped at Under-19 level July 2009
ธงชาติของอังกฤษ Tom Thorpe 13 มกราคม ค.ศ. 1993 (19 ปี) DF Capped at Under-17 level July 2009
ธงชาติของอิตาลี Michele Fornasier 22 สิงหาคม ค.ศ. 1993 (18 ปี) DF Capped at Under-16 level Fiorentina[13] September 2009
ธงชาติของอังกฤษ Scott Wootton 12 กันยายน ค.ศ. 1991 (20 ปี) DF Capped at Under-17 level Liverpool[14] July 2007
ธงชาติของสวิตเซอร์แลนด์ Frédéric Veseli 20 พฤศจิกายน ค.ศ. 1992 (19 ปี) DF Capped at Under-20 level Manchester City[15] January 2012
ธงชาติของอังกฤษ Reece Brown 1 พฤศจิกายน ค.ศ. 1991 (20 ปี) DF/MF Capped at Under-19 level Fletcher Moss Rangers[16] July 2008
ธงชาติของอังกฤษ Ryan Tunnicliffe 30 ธันวาคม ค.ศ. 1992 (19 ปี) MF/DF Capped at Under-17 level Roach Dynamos[17] July 2009
ธงชาติของฝรั่งเศส Paul Pogba 15 มีนาคม ค.ศ. 1993 (19 ปี) MF Capped at Under-19 level Le Havre[18] October 2009
ธงชาติของอังกฤษ Larnell Cole 9 มีนาคม ค.ศ. 1993 (19 ปี) MF Capped at Under-19 level July 2009
ธงชาติของRepublic of Ireland Robbie Brady 14 มกราคม ค.ศ. 1992 (20 ปี) MF Capped at Under-21 level St Kevin’s Boys July 2008
ธงชาติของอิตาลี Davide Petrucci 5 ตุลาคม ค.ศ. 1991 (20 ปี) MF Capped at Under-19 level Roma March 2009
ธงชาติของอังกฤษ Will Keane 11 มกราคม ค.ศ. 1993 (19 ปี) FW Capped at Under-21 level
ธงชาติของอังกฤษ John Cofie 21 มกราคม ค.ศ. 1993 (19 ปี) FW Capped at Under-17 level Burnley[19] July 2009
ธงชาติของอังกฤษ Jesse Lingard 15 ธันวาคม ค.ศ. 1992 (19 ปี) FW Capped at Under-17 level July 2009
2nd Year Scholars (players born between 1 September 1993 and 31 August 1994)
ธงชาติของออสเตรเลีย Liam Jacob 18 สิงหาคม ค.ศ. 1994 (17 ปี) GK Liverpool[20] July 2010
ธงชาติของRepublic of Ireland Joe Coll 2 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1994 (18 ปี) GK Capped at Under-17 level Glenea United July 2010
ธงชาติของอังกฤษ Tyler Blackett 2 เมษายน ค.ศ. 1994 (18 ปี) DF Capped at Under-16 level July 2002
ธงชาติของไอร์แลนด์เหนือ Luke McCullough 15 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1994 (18 ปี) DF Capped at Under-17 level Dungannon Swifts July 2010
ธงชาติของอังกฤษ Luke Hendrie 27 สิงหาคม ค.ศ. 1994 (17 ปี) DF/MF Capped at Under-16 level Bradford City July 2008
ธงชาติของเบลเยียม Charni Ekangamene 16 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1994 (18 ปี) MF Capped at Under-16 level Royal Antwerp July 2010
ธงชาติของเวลส์ Tom Lawrence 13 มกราคม ค.ศ. 1994 (18 ปี) FW Capped at Under-17 level July 2003
Flag of the Netherlands Gyliano van Velzen 14 เมษายน ค.ศ. 1994 (18 ปี) FW Capped at Under-17 level Ajax November 2010[21]
1st Year Scholars (players born between 1 September 1994 and 31 August 1995)
ธงชาติของอังกฤษ Jonny Sutherland 3 กันยายน ค.ศ. 1994 (17 ปี) GK Capped at Under-16 level Crewe Alexandra July 2011
ธงชาติของสกอตแลนด์ Donald Love 2 ธันวาคม ค.ศ. 1994 (17 ปี) DF Capped at Under-17 level July 2002
ธงชาติของอังกฤษ Liam Grimshaw 2 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1995 (17 ปี) DF July 2002
ธงชาติของอังกฤษ Louis Rowley 21 เมษายน ค.ศ. 1995 (17 ปี) DF Walsall April 2011
ธงชาติของเวลส์ Declan Dalley 7 มกราคม ค.ศ. 1995 (17 ปี) DF Cardiff City July 2011
ธงชาติของอังกฤษ Matthew Wilkinson 13 มกราคม ค.ศ. 1995 (17 ปี) DF July 2002
ธงชาติของอังกฤษ Jack Rudge 15 พฤศจิกายน ค.ศ. 1994 (17 ปี) MF/DF July 2001
ธงชาติของอังกฤษ Joe Rothwell 11 มกราคม ค.ศ. 1995 (17 ปี) MF July 2001
ธงชาติของนอร์เวย์ Mats Møller Dæhli 2 มีนาคม ค.ศ. 1995 (17 ปี) MF Capped at Under-15 level Stabæk IF November 2010[22]
ธงชาติของอังกฤษ James Weir 4 สิงหาคม ค.ศ. 1995 (16 ปี) MF Preston North End July 2008
ธงชาติของอังกฤษ Ben Pearson 4 มกราคม ค.ศ. 1995 (17 ปี) MF/FW July 2004
ธงชาติของไอร์แลนด์เหนือ Patrick McNair 27 เมษายน ค.ศ. 1995 (17 ปี) MF Capped at Under-17 level Ballyclare Colts July 2011
ธงชาติของเบลเยียม Adnan Januzaj 5 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1995 (17 ปี) MF Anderlecht March 2011[23]
ธงชาติของอังกฤษ Jack Barmby 14 พฤศจิกายน ค.ศ. 1994 (17 ปี) FW Capped at Under-16 level July 2008
ธงชาติของRepublic of Ireland Sam Byrne 23 กรกฎาคม ค.ศ. 1995 (16 ปี) FW St. Joseph’s July 2011[24]
Flag of the Netherlands Kenji Gorré 29 กันยายน ค.ศ. 1994 (17 ปี) FW July 2002
ธงชาติของเบลเยียม Andreas Pereira 1 มกราคม ค.ศ. 1996 (16 ปี) MF PSV Eindhoven January 2012
ธงชาติของอิตาลี Pierluigi Gollini 18 มีนาคม ค.ศ. 1995 (17 ปี) GK Fiorentina March 2012

ผู้เล่นที่โด่งดัง

ผู้เล่นซึ่งลงสนามตั้งแต่ 1 ครั้งขึ้นไป (รวมทั้งในฐานะตัวสำรอง) อย่างไรก็ตาม รวมผู้เล่นบางคนที่เล่นน้อยกว่า 100 ครั้งแต่มีส่วนสำคัญต่อประวัติศาสตร์ของสโมสรด้วย (เช่น เลียม วีแลน)

ผู้เล่นเรียงลำดับตามวันที่ลงสนามให้สโมสรครั้งแรกของพวกเขา จำนวนครั้งและประตูนับเฉพาะการแข่งขันของทีมชุดแรกเท่านั้น รวมการแข่งขันในเวลาสงครามด้วย

สถิติ ณ วันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2551 (ค.ศ. 2008)

ชื่อ สัญชาติ ตำแหน่ง เล่นให้แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด จำนวนครั้ง (ตัวสำรอง) รวม ประตู
อัลฟ์ ฟาร์แมน ธงชาติของอังกฤษ FW 1889-1895 121 (0) 121 53
วิลลี่ สจวร์ต ธงชาติของสกอตแลนด์ HB 1890-1895 149 (0) 149 23
บ๊อบ โดนัลด์สัน ธงชาติของสกอตแลนด์ FW 1892-1897 147 (0) 147 66
เฟรด อีเรนทซ์ ธงชาติของสกอตแลนด์ LB 1892-1902 303 (0) 303 9
โจ แคสสิดี้ ธงชาติของสกอตแลนด์ FW 1893, 1895-1900 167 (0) 167 99
เจมส์ แมคนอท ธงชาติของสกอตแลนด์ HB 1893-1898 157 (0) 157 12
ดิค สมิธ ธงชาติของอังกฤษ FW/LW 1894-1898, 1900-1901 100 (0) 100 37
วอลเตอร์ คาร์ทไรท์ ธงชาติของอังกฤษ HB 1895-1905 257 (0) 257 8
แฮร์รี่ สแตฟฟอร์ด ธงชาติของอังกฤษ RB 1896-1903 200 (0) 200 1
วิลเลียม ไบรแอนท์ ธงชาติของอังกฤษ FW 1896-1900 127 (0) 127 33
แฟรงค์ บาร์เร็ทท์ ธงชาติของสกอตแลนด์ GK 1896-1900 132 (0) 132 0
บิลลี่ มอร์แกน ธงชาติของอังกฤษ HB 1897-1903 152 (0) 152 7
บิลลี่ กริฟฟิทส์ ธงชาติของอังกฤษ HB 1899-1905 175 (0) 175 30
อัลฟ์ สโคฟิลด์ ธงชาติของอังกฤษ FW 1900-1907 179 (0) 179 35
วินซ์ เฮยส์ ธงชาติของอังกฤษ RB 1901-1907, 1908-1910 128 (0) 128 2
แจ็ค เพดดี้ ธงชาติของสกอตแลนด์ FW 1902-1903, 1904-1907 121 (0) 121 58
อเล็กซ์ ดาวนี่ ธงชาติของสกอตแลนด์ HB 1902-1909 191 (0) 191 14
อเล็กซ์ เบลล์ ธงชาติของสกอตแลนด์ HB 1903-1913 309 (0) 309 10
บ็อบ บอนทรอน ธงชาติของสกอตแลนด์ RB 1903-1907 134 (0) 134 3
แฮร์รี่ โมเจอร์ ธงชาติของอังกฤษ GK 1903-1912 266 (0) 266 0
ดิค ดั๊กเวิร์ธ ธงชาติของอังกฤษ HB 1903-1915 254 (0) 254 11
ชาร์ลี โรเบิร์ตส์ ธงชาติของอังกฤษ HB 1904-1913 302 (0) 302 23
ดิค โฮลเดน ธงชาติของอังกฤษ RB 1905-1914 117 (0) 117 0
แจ็ค พิคเค็น ธงชาติของสกอตแลนด์ FW 1905-1911 122 (0) 122 46
จอร์จ วอลล์ ธงชาติของอังกฤษ LW 1906-1915 319 (0) 319 100
บิลลี่ เมเรดิธ ธงชาติของเวลส์ RW 1907-1921 335 (0) 335 36
แซนดี้ เทิร์นบูล ธงชาติของสกอตแลนด์ FW 1907-1915 247 (0) 247 101
จอร์จ สเตซี่ย์ ธงชาติของอังกฤษ LB 1907-1915 270 (0) 270 9
แฮโรลด์ ฮอลซ์ ธงชาติของอังกฤษ FW 1908-1912 125 (0) 125 56
อาเธอร์ วอลเลย์ ธงชาติของอังกฤษ HB 1909-1920 106 (0) 106 6
อีนอช เวสต์ ธงชาติของอังกฤษ FW 1910-1916 181 (0) 181 80
โรเบิร์ต บีล ธงชาติของอังกฤษ GK 1912-1919 112 (0) 112 0
แจ็ค มิว ธงชาติของอังกฤษ GK 1912-1926 199 (0) 199 0
แลล ฮิลดิทช์ ธงชาติของอังกฤษ HB 1919-1932 322 (0) 322 7
แจ็ค ซิลค็อค ธงชาติของอังกฤษ LB 1919-1934 449 (0) 449 2
โจ สเปนซ์ ธงชาติของอังกฤษ FW 1919-1933 510 (0) 510 168
ชาร์ลี มัวร์ ธงชาติของอังกฤษ RB 1919-1921, 1922-1931 328 (0) 328 0
จอห์น กริมวู้ด ธงชาติของอังกฤษ HB 1919-1927 205 (0) 205 8
เท็ดดี้ พาร์ทริดจ์ ธงชาติของอังกฤษ FW 1920-1929 160 (0) 160 18
อัลฟ์ สจวร์ต ธงชาติของอังกฤษ GK 1920-1932 326 (0) 326 0
เรย์ เบนเนียน ธงชาติของอังกฤษ HB 1921-1932 301 (0) 301 3
อาเธอร์ ลอชเฮด ธงชาติของสกอตแลนด์ FW 1921-1925 153 (0) 153 50
แฮร์รี่ โทมัส ธงชาติของเวลส์ FW 1922-1931 135 (0) 135 13
แฟรงค์ บาร์สัน ธงชาติของอังกฤษ HB 1922-1928 152 (0) 152 4
แฟรงค์ มันน์ ธงชาติของอังกฤษ HB 1923-1930 197 (0) 197 5
แฟรงค์ แมคเฟอร์สัน ธงชาติของอังกฤษ LW 1923-1928 175 (0) 175 52
ทอม โจนส์ ธงชาติของอังกฤษ FB 1924-1937 200 (0) 200 0
จิมมี่ แฮนสัน ธงชาติของอังกฤษ FW 1924-1931 147 (0) 147 52
แจ็ค วิลสัน ธงชาติของอังกฤษ HB 1926-1932 140 (0) 140 3
ฮิวจ์ แมคลีนาแฮน ธงชาติของอังกฤษ HB 1928-1937 116 (0) 116 12
แฮร์รี่ โรว์เลย์ ธงชาติของอังกฤษ FW 1928-1932, 1934-1937 180 (0) 180 55
ทอม รีด ธงชาติของสกอตแลนด์ FW 1929-1933 101 (0) 101 67
จอร์จ แมคแลชแลน ธงชาติของสกอตแลนด์ FW 1929-1933 116 (0) 116 4
แจ็ค เมลเลอร์ ธงชาติของอังกฤษ HB 1930-1937 122 (0) 122 0
ทอม แมนเลย์ ธงชาติของอังกฤษ HB 1930-1939 195 (0) 195 41
จอร์จ โวส ธงชาติของอังกฤษ HB 1933-1939 209 (0) 209 1
แจ็ค กริฟฟิธส์ ธงชาติของอังกฤษ LB 1934-1944 173 (0) 173 1
บิล แมคเคย์ ธงชาติของสกอตแลนด์ HB 1934-1940 182 (0) 182 15
จอร์จ มัทช์ ธงชาติของสกอตแลนด์ FW 1934-1937 120 (0) 120 49
โทมัส แบมฟอร์ด ธงชาติของเวลส์ FW 1934-1938 109 (0) 109 57
บิลลี่ ไบรแอนท์ ธงชาติของอังกฤษ FW 1934-1939 157 (0) 157 42
เจมส์ บราวน์ ธงชาติของสกอตแลนด์ HB 1935-1939 110 (0) 110 1
จอหน์นี่ แคเรย์ Flag of Ireland FB 1937-1953 344 (0) 344 17
แจ็ค โรว์เลย์ ธงชาติของอังกฤษ FW 1937-1955 424 (0) 424 211
สแตน เพียร์สัน ธงชาติของอังกฤษ FW 1937-1954 343 (0) 343 148
แจ็ค วอร์เนอร์ ธงชาติของเวลส์ HB 1938-1950 116 (0) 116 2
จอห์น แอสตัน ซีเนียร์ ธงชาติของอังกฤษ LB 1946-1954 284 (0) 284 30
อัลเลนบาย ชิลตัน ธงชาติของอังกฤษ HB 1946-1955 391 (0) 391 3
เฮนรี ค็อคเบิร์น ธงชาติของอังกฤษ HB 1946-1954 275 (0) 275 4
แจ็ค ครอมพ์ตัน ธงชาติของอังกฤษ GK 1946-1956 212 (0) 212 0
จิมมี่ ดีลานีย์ ธงชาติของสกอตแลนด์ RW 1946-1950 184 (0) 184 28
บิลลี่ แม็คเกล็น ธงชาติของอังกฤษ HB 1946-1952 122 (0) 122 2
ชาร์ลี มิทเท็น ธงชาติของอังกฤษ LW 1946-1952 162 (0) 162 61
จอห์น ดาวนี่ ธงชาติของสกอตแลนด์ FW 1949-1953 116 (0) 116 37
เรย์ วู้ด ธงชาติของอังกฤษ LW 1949-1958 208 (0) 208 0
ดอน กิ๊บสัน ธงชาติของอังกฤษ HB 1950-1955 115 (0) 115 0
มาร์ค โจนส์ ธงชาติของอังกฤษ HB 1950-19528 121 (0) 121 1
จอห์นนี่ เบอร์รี่ ธงชาติของอังกฤษ RW 1951-1958 276 (0) 276 45
แจ๊คกี้ บลานซ์ฟลาวเลอร์ ธงชาติของไอร์แลนด์เหนือ HB 1951-1958 117 (0) 117 27
โรเจอร์ ไบรน์ ธงชาติของอังกฤษ LB 1951-1958 280 (0) 280 20
เดวิด เพ็กก์ ธงชาติของอังกฤษ LW 1952-1958 150 (0) 150 28
บิลล์ โฟ้กส์ ธงชาติของอังกฤษ HB/RB 1952-1970 685 (3) 688 9
ทอมมี่ เทย์เลอร์ ธงชาติของอังกฤษ FW 1953-1958 191 (0) 191 131
เลียม วีแลน Flag of Ireland FW 1953-1958 98 (0) 98 52
ดันแคน เอดเวิร์ด ธงชาติของอังกฤษ HB 1953-1958 177 (0) 177 21
เดนนิส ไวโอเล็ต ธงชาติของอังกฤษ FW 1953-1962 293 (0) 293 179
เฟรดดี้ กู๊ดวิน ธงชาติของอังกฤษ HB 1954-1960 107 (0) 107 8
อัลเบิร์ต สแคนลอน ธงชาติของอังกฤษ LW 1954-1960 127 (0) 127 35
เอ็ดดี้ คอลแมน ธงชาติของอังกฤษ HB 1955-1958 108 (0) 108 2
รอนนี่ โคพ ธงชาติของอังกฤษ HB 1956-1961 106 (0) 106 2
บ็อบบี้ ชาร์ลตัน ธงชาติของอังกฤษ FW 1956-1973 756 (2) 758 249
เดวิส แกสเคลล์ ธงชาติของอังกฤษ GK 1956-1967 119 (0) 119 0
แฮร์รี่ เกร็กก์ ธงชาติของไอร์แลนด์เหนือ GK 1957-1966 247 (0) 247 0
เชย์ เบร็นแนน Flag of Ireland RB 1958-1970 358 (1) 359 6
อัลเบิร์ต ควิกซอลล์ ธงชาติของอังกฤษ FW 1958-1963 183 (0) 183 56
จอห์นนี่ กิลส์ Flag of Ireland CM 1959-1963 115 (0) 115 13
น็อบบี้ สไตลส์ ธงชาติของอังกฤษ HB 1959-1971 394 (0) 394 19
มัวริซ เซ็ทเทอรส์ ธงชาติของอังกฤษ HB 1960-1964 194 (0) 194 14
โทนี่ ดันน์ Flag of Ireland FB 1960-1973 534 (1) 535 2
โนเอล แคนท์เวลล์ Flag of Ireland LB 1960-1967 146 (0) 146 8
เดวิด เฮิร์ด ธงชาติของสกอตแลนด์ FW 1961-1968 264 (1) 265 145
เดนิส ลอว์ ธงชาติของสกอตแลนด์ FW 1962-1973 398 (6) 404 237
เดวิด แซดเลอร์ ธงชาติของอังกฤษ หลายตำแหน่ง 1962-1973 328 (7) 335 27
แพ็ท ครีแรนด์ ธงชาติของสกอตแลนด์ HB 1963-1971 397 (0) 397 15
จอร์จ เบสต์ ธงชาติของไอร์แลนด์เหนือ FW/W 1963-1974 470 (0) 470 179
จอห์น คอนเนลลี่ ธงชาติของอังกฤษ FW 1964-1966 112 (1) 113 35
จอห์น ฟิทซ์แพทริค ธงชาติของสกอตแลนด์ RB 1965-1973 141 (6) 147 10
จอห์น แอสตัน ธงชาติของอังกฤษ LW 1965-1972 166 (21) 187 27
อเล็กซ์ สเต็ปนีย์ ธงชาติของอังกฤษ GK 1966-1979 539 (0) 539 2
ไบรอัน คิดด์ ธงชาติของอังกฤษ FW 1967-1974 257 (9) 266 70
ฟรานซิส เบิร์นส์ ธงชาติของสกอตแลนด์ LB 1967-1972 143 (13) 156 7
วิลลี่ มอร์แกน ธงชาติของสกอตแลนด์ RW 1968-1975 293 (3) 296 34
สตีฟ เจมส์ ธงชาติของอังกฤษ HB 1968-1975 160 (1) 161 4
แซมมี่ แมคอิลรอย ธงชาติของไอร์แลนด์เหนือ CM 1971-1982 391 (28) 419 71
มาร์ติน บั๊คคั่น ธงชาติของสกอตแลนด์ CB 1972-1983 456 (0) 456 4
เดวิด แมคครีรี่ ธงชาติของไอร์แลนด์เหนือ MF 1972-1979 57 (53) 110 8
อเล็กซ์ ฟอร์ซิธ ธงชาติของสกอตแลนด์ RB 1973-1978 116 (3) 119 5
ลู มาคาริ ธงชาติของสกอตแลนด์ MF/FW 1973-1984 374 (27) 401 97
เจอร์รี่ ดาลี่ Flag of Ireland CM 1973-1977 137 (5) 142 32
ไบรอัน กรีนฮอฟฟ์ ธงชาติของอังกฤษ CB 1973-1979 268 (3) 271 17
สจวร์ต ฮูสตัน ธงชาติของสกอตแลนด์ LB 1974-1980 248 (2) 250 16
สจวร์ต เพียร์สัน ธงชาติของอังกฤษ FW 1974-1979 179 (1) 180 66
อาเธอร์ อัลบิสตัน ธงชาติของสกอตแลนด์ LB 1974-1988 467 (18) 485 7
สตีฟ คอปเปลล์ ธงชาติของอังกฤษ RW 1975-1983 393 (3) 396 70
จิมมี่ นิโคลล์ ธงชาติของไอร์แลนด์เหนือ RB 1975-1982 235 (13) 248 6
กอร์ดอน ฮิลล์ ธงชาติของอังกฤษ LW 1975-1978 133 (1) 134 51
จิมมี่ กรีนฮอฟฟ์ ธงชาติของอังกฤษ FW 1976-1980 119 (4) 123 36
แอชลี่ย์ กริมส์ Flag of Ireland LB 1977-1983 77 (30) 107 11
โจ จอร์แดน ธงชาติของสกอตแลนด์ FW 1978-1981 125 (1) 126 41
กอร์ดอน แม็คควีน ธงชาติของสกอตแลนด์ CB 1978-1985 229 (0) 229 26
แกรี่ เบลี่ย์ ธงชาติของอังกฤษ GK 1978-1987 375 (0) 375 0
มิคกี้ โทมัส ธงชาติของเวลส์ LW 1978-1981 110 (0) 110 15
เควิน มอแรน Flag of Ireland CB 1979-1988 284 (5) 289 24
เรย์ วิลกิ้นส์ ธงชาติของอังกฤษ CM 1979-1984 191 (3) 194 10
ไมค์ ดั๊กบิวรี่ ธงชาติของอังกฤษ RB 1980-1990 345 (33) 378 7
จอห์น กิดแมน ธงชาติของอังกฤษ RB 1981-1986 116 (4) 120 4
แฟรงค์ สเตเปิลตัน Flag of Ireland FW 1981-1987 267 (21) 288 78
เรมี่ มอส ธงชาติของอังกฤษ CM 1981-1988 188 (11) 199 12
ไบรอัน ร็อบสัน ธงชาติของอังกฤษ CM 1981-1994 437 (24) 461 99
นอร์แมน ไวท์ไซด์ ธงชาติของไอร์แลนด์เหนือ FW/CM 1982-1989 256 (18) 274 67
พอล แม็คกรัธ Flag of Ireland CB 1982-1989 192 (7) 199 16
มาร์ค ฮิวจ์ส ธงชาติของเวลส์ FW 1983-1986, 1988-1995 453 (14) 467 163
แกรม ฮอกก์ ธงชาติของสกอตแลนด์ CB 1984-1988 108 (2) 110 1
เคลย์ตัน แบล็คมอร์ ธงชาติของเวลส์ หลายตำแหน่ง 1984-1994 201 (44) 245 26
เจสเปอร์ โอลเซ่น ธงชาติของเดนมาร์ก LW 1984-1988 149 (27) 176 24
กอร์ดอน สตรั๊คคั่น ธงชาติของสกอตแลนด์ RM 1984-1989 195 (6) 201 38
ปีเตอร์ ดาเวนพอร์ท ธงชาติของอังกฤษ FW 1986-1988 83 (23) 106 26
ไบรอัน แม็คแคลร์ ธงชาติของสกอตแลนด์ FW 1987-1998 398 (73) 471 127
สตีฟ บรูซ ธงชาติของอังกฤษ CB 1987-1996 411 (3) 414 51
ลี มาร์ติน ธงชาติของอังกฤษ LB 1988-1994 84 (25) 109 2
ลี ชาร์ป ธงชาติของอังกฤษ LW 1988-1996 213 (50) 263 36
มาล โดนากี ธงชาติของไอร์แลนด์เหนือ CB/LB 1988-1992 98 (21) 119 0
ไมค์ ฟีแลน ธงชาติของอังกฤษ หลายตำแหน่ง 1989-1994 127 (19) 146 3
นีล เว็บบ์ ธงชาติของอังกฤษ CM 1989-1992 105 (5) 110 11
แกรี่ พัลลิสเตอร์ ธงชาติของอังกฤษ CB 1989-1998 433 (4) 437 15
พอล อินซ์ ธงชาติของอังกฤษ CM 1989-1995 276 (5) 281 29
เดนนิส เออร์วิน Flag of Ireland FB 1990-2002 511 (18) 529 33
ไรอัน กิ๊กส์ ธงชาติของเวลส์ LW 1991- 740 (128) 868 158
อังเดร แคนเชลสกี้ส์ Flag of the Soviet Union/ธงชาติของรัสเซีย RW 1991-1995 132 (29) 161 36
พอล ปาร์คเกอร์ ธงชาติของอังกฤษ RB 1991-1996 137 (9) 146 2
ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล ธงชาติของเดนมาร์ก GK 1991-1999 398 (0) 398 1
แกรี่ เนวิลล์ ธงชาติของอังกฤษ RB 1992-2011 566 (36) 602 7
เดวิด เบ็คแฮม ธงชาติของอังกฤษ RM 1992-2003 356 (38) 394 85
นิคกี้ บัตต์ ธงชาติของอังกฤษ CM 1992-2004 307 (79) 386 26
เอริค คันโตน่า ธงชาติของฝรั่งเศส FW 1992-1997 184 (1) 185 82
รอย คีน Flag of Ireland CM 1993-2005 458 (22) 480 51
เดวิด เมย์ ธงชาติของอังกฤษ CB 1994-2003 98 (20) 118 8
พอล สโคลส์ ธงชาติของอังกฤษ CM 1994- 548 (121) 669 150
แอนดรูว์ โคล ธงชาติของอังกฤษ FW 1995-2001 231 (44) 275 121
ฟิล เนวิลล์ ธงชาติของอังกฤษ หลายตำแหน่ง 1995-2005 301 (85) 386 8
รอนนี่ ยอห์นเซ่น ธงชาติของนอร์เวย์ CB/CM 1996-2002 131 (19) 150 9
โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ธงชาติของนอร์เวย์ FW 1996-2007 216 (150) 366 126
เท็ดดี้ เชอริงแฮม ธงชาติของอังกฤษ FW 1997-2001 101 (52) 153 46
เฮนนิ่ง เบิร์ก ธงชาติของนอร์เวย์ CB 1997-2000 81 (22) 103 3
เวสต์ บราวน์ ธงชาติของอังกฤษ RB/CB 1998- 313 (49) 362 5
ยาป สตัม Flag of the Netherlands CB 1998-2001 125 (2) 127 1
ดไวท์ ยอร์ก ธงชาติของตรินิแดดและโตเบโก FW 1998-2002 120 (32) 152 66
ควินตัน ฟอร์จูน ธงชาติของแอฟริกาใต้ LW/LB 1999-2006 88 (38) 126 11
มิคาเอล ซิลแวสต์ ธงชาติของฝรั่งเศส LB/CB 1999-2008 326 (35) 361 10
จอห์น โอเชีย Flag of Ireland หลายตำแหน่ง 1999- 294 (92) 386 15
ฟาเบียง บาร์กเตซ ธงชาติของฝรั่งเศส GK 2000-2004 139 (0) 139 0
รุด ฟาน นิสเตลรอย Flag of the Netherlands FW 2001-2006 200 (19) 219 150
ริโอ เฟอร์ดินานด์ ธงชาติของอังกฤษ CB 2002- 346 (5) 351 7
ดาร์เร็น เฟล็ตเชอร์ ธงชาติของสกอตแลนด์ CM/RM 2003- 231 (58) 289 21
คริสเตียโน โรนัลโด ธงชาติของโปรตุเกส/ธงชาติของมาเดรา W/FW 2003-2009 244 (48) 292 118
หลุยส์ ซาฮา ธงชาติของฝรั่งเศส W/FW 2004-2008 76 (48) 124 42
เวย์น รูนีย์ ธงชาติของอังกฤษ FW 2004- 279 (33) 312 143
เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ Flag of the Netherlands GK 2005- 255 (0) 255 0
ปาร์ค จีซอง ธงชาติของเกาหลีใต้ MF 2005- 119 (50) 169 22
ปาทริส เอวรา ธงชาติของฝรั่งเศส LB 2006- 215 (19) 234 3
เนมันยา วิดิช ธงชาติของเซอร์เบีย CB 2006- 216 (7) 223 17
ไมเคิล คาร์ริค ธงชาติของอังกฤษ CM 2006- 187 (35) 222 17

เกียรติประวัติ

ตัวเลขฤดูกาลตามปีค.ศ.

  • 1907-08, 1910-11, 1951-52, 1955-56, 1956-57, 1964-65, 1966-67, 1992-93, 1993-94, 1995-96, 1996-97, 1998-99, 1999-2000, 2000-01, 2002-03, 2006-07, 2007-08, 2008-09, 2010-11
  • 1935-36, 1974-75
  • 1909, 1948, 1963, 1977, 1983, 1985, 1990, 1994, 1996, 1999, 2004
  • 1992, 2006, 2009, 2010
  • 1968, 1999, 2008
  • 1991
  • อินเตอร์คอนติเนนตัลคัพ: 1
  • 1999
  • ฟีฟ่าคลับเวิลด์คัพ: 1
  • 2008
  • ยูโรเปี้ยนซูเปอร์คัพ: 1
  • 1991
  • แชริตี้ชิลด์/คอมมูนิตี้ชิลด์: 17 (13 แชมป์เดี่ยว, 4 แชมป์ร่วม*)
  • 1908, 1911, 1952, 1956, 1957, 1965*, 1967*, 1977*, 1983, 1990*, 1993, 1994, 1996, 1997, 2003, 2007, 2008,2010
  • BBC Sports Personality of the Year Team Award
  • 1968 & 1999

สถิติที่สำคัญของสโมสร

(สถิติล่าสุดเมื่อ 10 พฤษภาคม 2552)

สถิติลงเล่นมากที่สุด

(สัญลักษณ์ ↓ แสดงถึงกำลังเล่นอยู่ในสโมสร)

อันดับ รายชื่อ ฤดูกาล ลงเล่น ประตู
1 ธงชาติของเวลส์ ไรอัน กิ๊กส์ 1990 – ปัจจุบัน 836 154
2 ธงชาติของอังกฤษ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน 1953 – 1973 758 249
3 ธงชาติของอังกฤษ บิลล์ โฟ้กส์ 1950 – 1970 688 9
4 ธงชาติของอังกฤษ พอล สโคลส์ 1994 – ปัจจุบัน 641 149
5 ธงชาติของอังกฤษ แกรี่ เนวิลล์ 1992 – 2011 597 7
6 ธงชาติของอังกฤษ อเล็กซ์ สเต็ปนี่ย์ 1966 – 1978 539 2
7 Flag of Ireland โทนี่ ดัน 1960 – 1973 535 2
8 Flag of Ireland เดนิส เออร์วิน 1990 – 2002 529 33
9 ธงชาติของอังกฤษ โจ สเปนซ์ 1919 – 1933 510 168
10 ธงชาติของสกอตแลนด์ อาเธอร์ อัลบิซตัน 1974 – 1988 485 7

สถิติทำประตูสูงสุด

อันดับ รายชื่อ ฤดูกาล ลงเล่น ประตู
1 ธงชาติของอังกฤษ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน 1953 – 1973 758 249
2 ธงชาติของสกอตแลนด์ เดนิส ลอว์ 1962 – 1973 404 237
3 ธงชาติของอังกฤษ แจ็ก โรว์ลีย์ 1937 – 1955 424 211
4 = ธงชาติของอังกฤษ เดนนิส ไวโอเล็ต 1949 – 1962 293 179
4 = ธงชาติของไอร์แลนด์เหนือ จอร์จ เบสต์ 1963 – 1974 470 179
6 ธงชาติของอังกฤษ โจ สเปนซ์ 1919 – 1933 510 168
7 ธงชาติของเวลส์ มาร์ค ฮิวจ์ส 1980 – 1986, 1988 – 1995 467 163
8 ธงชาติของเวลส์ ไรอัน กิ๊กส์ 1990 – ปัจจุบัน 836 154
9 Flag of the Netherlands รุด ฟาน นิสเตลรอย 2001 – 2006 219 150
10 ธงชาติของอังกฤษ พอล สโคลส์ 1994 – ปัจจุบัน 641 149

สถิติของสโมสร

สถิติอื่นๆ

  • ในช่วง 18 ปีที่ผ่านมา (1991-2009) เป็นสโมสรเดียวที่จบฤดูกาลไม่ต่ำกว่าอันดับ 3
  • ทำแต้มในลีกรวมทุกลีก ได้เป็นอันดับหนึ่งตลอดกาล (5621 แต้ม อันดับ 2 และ 3 คือลิเวอร์พูลและอาร์เซน่อล ได้ 5565 และ 5392 แต้มตามลำดับ)

ดูเพิ่ม

อ้างอิง

  1. ^European Football Statistics (อังกฤษ)
  2. ^ 2.02.1Glazer gets 98% of Man Utd shares บีบีซีนิวส์ 28 มิถุนายน 2548 เรียกข้อมูลวันที่ 23-05-2550 (อังกฤษ)
  3. ^http://www.metro.co.uk/sport/football/646602-top-5-fergie-vs-beckham-and-other-great-player-boss-bust-ups Top 5: Fergie vs Beckham and other great player-boss bust-u ps (อังกฤษ)
  4. ^http:[email protected]/msg00352.html MANCHESTER UNITED have sensationally agreed to sell 18 million Dutch defender Jaap Stam to Lazio.(อังกฤษ)
  5. ^http://news.bbc.co.uk/sport2/hi/football/eng_prem/3611234.stm Man Utd sign Rooney.(อังกฤษ)
  6. ^Glazer wins control of Man United บีบีซีนิวส์ 12 พฤษภาคม 2548 เรียกข้อมูลวันที่ 23-05-2550 (อังกฤษ)
  7. ^Tycoon seizes control of Man Utd, ซีเอ็นเอ็น 12 พฤษภาคม 2548 เรียกข้อมูลวันที่ 23-05-2550 (อังกฤษ)
  8. ^Glazer Man Utd stake exceeds 75% บีบีซีนิวส์ 16 พฤษภาคม 2548 เรียกข้อมูลวันที่ 23-05-2550 (อังกฤษ)
  9. ^Man Utd shares leave stock market บีบีซีนิวส์ 22 มิถุนายน 2548 เรียกข้อมูลวันที่ 23-05-2550 (อังกฤษ)
  10. ^Fans rage at Glazer takeover move บีบีซีนิวส์ 13 พฤษภาคม 2548 เรียกข้อมูลวันที่ 23-05-2550
  11. ^Manchester United in swoop for Belgian defender Vermijl from Standard Liege“, Mail Online, Associated Newspapers, 8 March 2010. สืบค้นวันที่ 20 January 2011
  12. ^Premier League comings and goings“, independent.co.uk, The Independent, 2 August 2009. สืบค้นวันที่ 3 November 2011
  13. ^Man Utd to face transfer scrutiny“, BBC Sport, British Broadcasting Corporation, 9 September 2009. สืบค้นวันที่ 10 September 2009
  14. ^Tranmere Rovers sign Manchester United’s Wootton“, BBC Sport, British Broadcasting Corporation, 30 September 2010. สืบค้นวันที่ 23 September 2011
  15. ^ Tuck, James. “Reds swoop for Veseli“, ManUtd.com, Manchester United, 31 January 2012. สืบค้นวันที่ 31 January 2012
  16. ^United sign up Brown Junior“, Manchester Evening News, 28 August 2001
  17. ^“Ryan aims high”. Manchester Evening News. 19 December 2007. http://menmedia.co.uk/heywoodadvertiser/sport/football/s/1029035_ryan_aims_high. เรียกข้อมูลเมื่อ 6 August 2011.
  18. ^Man Utd deny ‘stealing’ youngster“, BBC Sport, British Broadcasting Corporation, 1 August 2009. สืบค้นวันที่ 2 August 2009
  19. ^Man Utd capture 14-year-old Cofie“, BBC Sport, British Broadcasting Corporation, 9 November 2007. สืบค้นวันที่ 18 May 2009
  20. ^“Liam Jacob”. ManUtd.com. Manchester United. http://www.manutd.com/en/Players-And-Staff/The-Academy/Liam-Jacob.aspx. เรียกข้อมูลเมื่อ 23 September 2011.
  21. ^ Taylor, Daniel. “Manchester United anger Ajax by attracting teenager Gyliano van Velzen“, guardian.co.uk, Guardian News and Media, 22 August 2010. สืบค้นวันที่ 20 January 2011
  22. ^United set to tie up deal for Norwegian youngster Mats Moller Daehli“, Mail Online, Associated Newspapers, 8 November 2010. สืบค้นวันที่ 29 August 2011
  23. ^ Magowan, Alistair. “Man Utd to sign Belgian teenager Adnan Januzaj“, BBC Sport, British Broadcasting Corporation, 4 March 2011. สืบค้นวันที่ 29 August 2011
  24. ^Sam Byrne profile, Official Manchester United Website, March 2012.

 

ข้อมูลจาก : http://th.wikipedia.org