ประวัติ ไรอัน กิ๊กส์(Ryan Giggs)

โพสเมื่อ : December 4, 2012

ช่วยกันกด LIKEและSHARE กันด้วยนะครับ



ประวัติ Ryan-Giggs

ประวัติ ไรอัน กิ๊กส์

‘ไรอัน กิ๊กส์’ ชื่อเต็มว่า ‘ไรอัน โจเซฟ กิ๊กส์’ ชื่อเดิม ‘ไรอัน โจเซฟ วิลสัน’
เกิดเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน ค.ศ.1973 ที่เมืองคาร์ดิฟฟ์ ประเทศเวลส์ ปัจจุบันอายุ 39 ปี
ส่วนสูง 180 เซนติเมตร น้ำหนัก 67 กิโลกรัม
ตำแหน่ง กองกลาง สวมเสื้อหมายเลข 11

เส้นทางการค้าแข้ง…

เดิม ‘กิ๊กส์’ ใช้นามสกุลวิลสัน ตามคุณพ่อ ‘แดนนี่ วิลสัน’ อดีตนักรักบี้ แต่ก็ได้เปลี่ยนมาใช้นามสกุล กิ๊กส์ ของแม่
และถูกพามาเลี้ยงในซัลฟอร์ด เมืองทางตอนเหนือของอังกฤษ ทำให้ ‘กิ๊กส์’ ถือเป็นคนแมนคูเนี่ยน พูดสำเนียง
แมนคูเนี่ยนมาตั้งแต่ต้น

ชีวิตในวัยเยาว์ของ ‘กิ๊กส์’ ได้ร่ำเรียนศึกษาวิชาความรู้รวมทั้งวิชาลูกหนังอยู่ในอังกฤษ ซึ่งแม้ว่า ‘กิ๊กส์’ จะยืนยัน
ความภูมิใจที่มีหลายเชื้อชาติผสมผสานกัน (ได้จากพ่อที่เป็นคนอพยพชาวเซียร่า ลีออน แต่ได้สัญชาติเวลส์)
และเคยเป็นถึงกัปตันทีมนักเรียนอังกฤษ แต่ ‘ไรอัน กิ๊กส์’ ก็เลือกที่จะรับใช้ทีมชาติเวลส์ ในเวลาต่อมา

‘ไรอัน กิ๊กส์’ ย้ายจาก เวลส์ มาอยู่ที่อังกฤษ ตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ในตอนนั้นเขาเล่นให้กับทีมเยาวชนของสโมสรดีน
ซึ่งเป็นที่แรกที่เขาได้เรียนรู้การเล่นฟุตบอล โค้ชของเขาในตอนนั้นคือ ‘เดนิส สโคฟิลด์’ ซึ่ง ‘กิ๊กส์’ ถูก ‘เดนิส’
ส่งไปเล่นให้กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ จนกระทั่งอายุได้ 14 ปี ในวันเกิดปีที่ 14 ของเขา ‘อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน’
ได้เดินทางไปที่บ้านของเขาใน สวินตัน เมืองแมนเชสเตอร์ เพื่อติดต่อนักฟุตบอลหนุ่มน้อยผู้นี้ไปร่วมทีม

หลังจากที่ ‘เฟอร์กี้’ ได้ฟังคำยืนยันจากหัวหน้าสเกาต์ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ คือ ‘เคน บาร์เนส’ ว่าทางสโมสร
จะไม่เซ็นสัญญากับนักเตะผู้นี้ และนั่นก็ทำให้พวกเขาสูญเสียอย่างมหาศาลกับสิ่งที่พวกเขาปล่อยให้หลุดลอยไป
ซึ่งกลับเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่สำหรับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเวลาต่อมา

กับประสบการณ์ระดับชาติเขากลายเป็นนักฟุตบอลที่อายุน้อยที่สุดที่เล่นให้กับทีมชาติเวลส์ โดยนัดแรกกับ
ทีมชาติเขาต้องเผชิญหน้ากับเยอรมนี ด้วยวัย 17 ปี กับ 321 วัน

การลงเล่นนักแรกในลีกให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือวันที่ 2 มีนาคม ค.ศ. 1991 เขาต้องลงสนามกับทีม
พบกับเอฟเวอร์ตัน ในสนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด โดยเป็นตัวสำรอง และลงเล่นแทน ‘เดนิส เออร์วิน’ และ
การลงเล่นในศึกแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้แมทช์ ครั้งแรกของเขาก็เป็นช่วงท้ายฤดูกาล โดยที่เขาสามารถ
ทำประตูแรกให้กับทีมได้ และเป็นประตูเดียวที่เขาทำได้ในฤดูกาลนั้น

ลีลาการลากเลื้อยสุดมหัศจรรย์ และหน้าตาที่หล่อเหลาคมคายทำให้ “กิ๊กซี่” กลายเป็นซูเปอร์สตาร์ดวงใหม่
ในเวลาอันรวดเร็ว และได้รับการเปรียบเปรยเป็นทายาทของเทพบุตรลูกหนัง ‘จอร์จ เบสต์’ ตำนานปีกซ้าย
อมตะของชาว ‘เร้ดอาร์มี่’ ที่ขึ้นชื่อลือชาทั้งในเรื่องฝีเท้าที่เป็นหนึ่งในนักฟุตบอลที่เก่งที่สุดในโลก และเสน่ห์
ในฉบับเพลย์บอยที่ต่อมากลายเป็นยาขมทำลายชีวิตนักเตะของ ‘เบสต์’ จนพังพินาศ

แต่ ‘กิ๊กส์’ ก็ได้รับการอบรมดูแลจาก ‘เฟอร์กี้’ อย่างใกล้ชิดทำให้ไม่เตลิดเสียคนและยังเป็นกำลังสำคัญ
ในความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในตลอดยุคทศวรรษที่ 90 โดยเฉพาะการพาทีม
คว้าแชมป์พรีเมียร์ชิพสมัยแรกหลังการเปลี่ยนชื่อจากดิวิชั่น 1 เดิมในฤดูกาล 1992/93 ซึ่งเป็นการ
คว้าแชมป์ลีกสมัยแรกในรอบ 26 ปีของแมนฯ ยูไนเต็ด

หนึ่งในความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการพาแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สร้างตำนานคว้า “ทริปเปิ้ลแชมป์”
หรือการคว้า 3 แชมป์ใหญ่ในฤดูกาลเดียวกันคือพรีเมียร์ลีก ,เอฟเอ คัพ และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในปี 1999
โดย ‘กิ๊กส์’ มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งโดยเฉพาะในรายการเอฟเอ คัพ เมื่อสร้างปาฏิหารย์ลากบอลจากกลางสนาม
ฝ่าผู้เล่น ‘เดอะกันเนอร์ส’ เข้าไปยิงมุมแคบแสกหน้าของ ‘เดวิด ซีแมน’ ผู้รักษาประตูทีมชาติอังกฤษของ
อาร์เซนอล เข้าไปเป็นประตูชัยให้ทีมชนะในเกมเอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ ซึ่งประตูนี้ได้รับการสดุดี
จากทุกมุมโลกว่าเป็นหนึ่งในประตูที่คลาสสิคที่สุดตลอดกาลของรายการเอฟเอ คัพ เทียบเท่ากับตำนานของ
‘เซอร์สแตนลีย์ แมตธิว’ ในอดีตเลยทีเดียว

ด้วยฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมทำให้แฟนบอลต่างก็ส่งเสียงเชียร์เขา พร้อมทั้งแต่งเพลง “Giggs will tear
you apart again” เพื่อร้องเชียร์เขาในสนามด้วย

‘กิ๊กส์’ ทำประตูที่ 100 ในกับตัวเขาเองในการเล่นให้ทีม ‘ปีศาจแดง’ ในวันศุกร์ที่ 23 สิงหาคม ค.ศ. 2002
ในนัดที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เสมอกับเชลซี 2 – 2 ที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ และในเวลานี้ ‘กิ๊กส์’ ได้กลายเป็น
นักฟุตบอลที่สร้างตำนานไปแล้วในทีมแมนฯ ยูไนเต็ด เพราะเป็นผู้เล่นคนที่ 2 ที่ลงเล่นให้กับทีมมากที่สุด
เกิน 700 นัดไปแล้ว (ครบรอบ 700 นัดในเกมแดงเดือดกับทีมลิเวอร์พูล ที่แอนฟิลด์ เมื่อวันที่ 3 มี.ค.2007)
ซึ่งมีเพียงเซอร์บ็อบบี้ ชาร์ลตัน เท่านั้นที่ลงสนามมากกว่าด้วยจำนวน 759 นัด (249 ประตู)

ด้วยผลงานในฐานะปีกพ่อมดที่จงรักภักดีรับใช้แมนฯ ยูไนเต็ด มาโดยตลอดไม่เคยย้ายหนีไปไหนตลอด 16 ปี
ที่ผ่านมา ดังนั้นจึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า ‘ไรอัน กิ๊กส์’ จึงเป็นขวัญใจที่ชาวปีศาจแดงรักมากที่สุดคนหนึ่ง
และชื่อของเขาจะถูกจารึกไว้ในฐานะตำนานผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งของสโมสรตลอดกาลเคียงข้าง
‘เซอร์บ็อบบี้ ชาร์ลตัน’ , ‘จอร์จ เบสต์’ และ ‘เอริค คันโตน่า’

วันที่ 6 มีนาคม 2011 ‘กิ๊กส์’ ทำประตูแซงหน้า ‘เซอร์บ็อบบี้ ชาร์ลตัน’ ที่ 607 เกมในนัดที่พบลิเวอร์พูล
วันที่ 26 เมษายนเขาลงสนามกับชาลเก้ 04 ในแชมเปี้ยนส์ลีกเลกแรก ‘กิ๊กส์’ ทำประตูแรกจากการส่ง
ผลของเวย์น รูนี่ย์ และสร้างบันทึกสำหรับการเป็นนักเตะที่อายุเยอะที่สุดในประวัติศาสตร์แชมเปี้ยนส์ลีก

‘กิ๊กส์’ ต่อสัญญาฉบับใหม่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในวันที่ 1 มีนาคม 2013 ทำให้เขาจะมีสัญญาอยู่ที่
โอลด์ แทรฟฟอร์ดจนถึงเดือนมิถุนายน 2014 และในวันที่ 4 กรกฎาคม ‘กิ๊กส์’ ได้รับตำแหน่งนักเตะ
และโค้ชไปพร้อมๆ กันภายใต้การคุมทีมของ ‘เดวิด มอยส์’ และมีผลทันที

ปัจจุบัน ‘กิ๊กส์’ ได้รับค่าเหนื่อย 70,000 ปอนด์ (ประมาณ 3.5 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ ลงเล่นให้กับทีม ‘ปีศาจแดง’
ทั้งหมด 945 นัด ทำได้ 168 ประตู ได้รับใบเหลือง 43 ใบ สำหรับเกมกับทีมชาติลงเล่นทั้งหมด 64 นัด
ทำได้ 12 ประตู ได้รับใบเหลือง 2 ใบ และใบแดง 1 ใบGiggsBackRyan Giggsryangiggs

แปลโดย : [email protected]

Short URL: http://tinyurl.com/h62rf55


Tags: , , , ,

นำข่าวไปเผยแพร่ต่อกรุณาให้เครดิตกับ แมนยูคลับ.com ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

แจ้งลบภาพไม่เหมาะสมติดต่อหรือติดต่อโฆษณาได้ที่ Email: [email protected]






รู้ยัง! แมนยูคลับมีไลน์แล้ว เพิ่มเพื่อน กดแอดมาเลยจร้า


FUN88 ให้เงินเล่นฟรี 300 บาท โบนัสแรกเข้า 200% รีบเลย!!!