ผีขี้กลัว?

โพสเมื่อ : พฤศจิกายน 22, 2011

ช่วยกันกด LIKEและSHARE กันด้วยนะครับ



เขียนเป็น: สวัสดีครับคุณ บอ.บู๋ ก่อนอื่นขอแนะนำตัวนะครับว่าผมชื่อ “เก่ง” บ้านอยู่แถวดอนเมือง ชาวบ้านเขาเลยเรียกผมว่า “ไอ้หน้าหมา” เอ๊ย! ไม่ใช่ ชาวบ้านเขาเลยเรียกผมว่า “เก่ง ดอนเมือง” ต่างหาก ตอนนี้แถวบ้านผมน้ำยังท่วมสูงอยู่เลยครับ ผมจึงไม่ค่อยได้ดูบอลสักเท่าไหร่ เพราะต้องช่วยชาวบ้านพังคันกั้นน้ำ เพื่อให้น้ำเน่ามันระบายออกไปบ้าง ทุกวันนี้บ้านเมืองของเราน้ำเน่าพอแล้วครับ ผมไม่อยากให้ประเทศชาติมีน้ำเน่าไปมากกว่านี้

มิเท่านั้นผมยังต้องเอาชื่อตัวเองไปแปะบน “ถุงยังชีพ” นำไปแจกชาวบ้านอีกต่างหาก เดี๋ยวชาวบ้านจะไม่รู้ว่าใครเป็นคนบริจาคสิ่งของเหล่านี้ให้แล้วจะลืมกันน่ะ ซี่ อิอิอิ

ได้ข่าวว่าช่วงหลัง แมนฯ ยูไนเต็ด เล่นผิดฟอร์มไปเยอะเลยเหรอครับ ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น?

เก่ง ดอนเมือง

ส่งไม่ตาย: สวัสดีครับคุณเก่ง ในฐานะของประชาชนชาวไทยคนหนึ่งที่ไม่เคยหลีกเลี่ยงภาษี ขอบอกว่าน่าดีใจแทนชาวบ้านที่มีแกนนำที่มีความเสียสละอย่างคุณเก่ง แม้อาจจะถูกนินทาว่า “หน้าด้าน” แต่อย่าไปสนใจเสียงนกเสียงกาครับ ขอเป็นกำลังใจให้คุณเก่งในการทำหน้าด้าน เอ๊ย! ในการทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป

สำหรับเรื่องการเล่นผิดฟอร์มของพลพรรคปีศาจแดง ผมขอเรียนแบบนี้ครับ

คือนับตั้งแต่พลาดท่าพ่ายแพ้ แมนฯ ซิตี้ ในรูปแบบของการถูกระเบิดถังขี้ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด สังเกตได้เลยว่าวิธีการเล่นของ แมนฯ ยูไนเต็ด เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากที่เคยเปิดเกมรุกบุกแหลก ด้วยสปีดเกมที่เร็ว – แรง ทะลุนรก และกะซวกทุกอย่างที่ขวางหน้า กลับกลายเป็นการเล่นช้าๆ บนความรัดกุม เพื่อเน้นผลการแข่งขันมากยิ่งขึ้น

เหตุเพราะการเปิดเกมรุกบุกแหลกแบบไม่ลืมหูลืมตาเหมือนเมื่อตอน ต้นฤดูกาล แม้จะช่วยให้ถล่มประตูได้อย่างมากมาย แต่มันไม่ต่างจากดาบสองคมที่ส่งผลให้คู่แข่งมีโอกาสทิ่มแทงตาข่ายมากขึ้น เช่นกัน สังเกตได้จากการที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นทีมที่เปิดโอกาสให้คู่ต่อสู้มีจังหวะทำประตูมากมายนั่นแหละ ถ้าเกมไหนคู่แข่งไม่เอาโอกาสไปโยนทิ้งลงโถส้วมด้วยการยิงทิ้งยิงขว้าง ผลลัพธ์อาจจะออกมาเหมือนเกมที่พ่าย แมนฯ ซิตี้ นั่นแหละ

หลังจากโดนกดไป 6 ดอก ประหนึ่งโดนสากกะเบือเปื้อนพริกยัดเข้าไปทางรูทวารหนักแล้วชักเข้าชักออก ด้วยความเร็วสูง นอกจากจะทำให้กุนซือแก่ไม่มีวันตายวัยเหยียบ 70 ขี้คล่องตูดไปหลายวัน โดยไม่จำเป็นต้องกินยาระบายอ่อนๆ ยังทำให้ป๋าต้องปรับเปลี่ยนยุทธวิธีการเล่นใหม่อีกต่างหาก ทั้งนี้เพื่อลดจุดอ่อนในเกมรับ

สังเกตได้ว่าพวกลูกป๋าลดสปีดของการขับเคลื่อนเกมรุกให้ช้าลง อย่างชัดเจน เพราะการขับเคลื่อนเกมรุกอย่างรวดเร็วย่อมเสี่ยงต่อการเสียบอลง่าย ขณะการดาหน้าขึ้นบุกเหมือนตอนต้นฤดูกาลเท่ากับเปิดพื้นที่ให้คู่ต่อสู้สวน กลับฉับพลัน ผู้เล่นพันธุ์อสูรจึงอาศัยการต่อบอลช้าๆ เพื่อความแน่นอน หากหาจังหวะจบไม่ได้ก็จะเอาบอลกลับมาตั้งเพื่อเซตเกมกันใหม่

เรียกว่าไม่ยอมเสียการครอบครองบอลง่ายๆ ว่างั้นเหอะ

นอกจากนี้คุณป๋ายังตาสว่างด้วยการจับผู้เล่นที่เป็น “จุดอ่อน” ในเกมรับอย่าง จอนนี่ “ไอ้จ้อน” อีแวนส์ ไปขังลืม พลางถอย เวย์น รูนี่ย์ ลงมาคุมจังหวะในแดนกลางเหมือนเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางอีก 1 คน ซึ่งการลงต่ำของกองหน้าพันธุ์หมูเดือดนั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสีย

ข้อดีคือช่วยให้แดนกลางของ แมนฯ ยูไนเต็ด มีความแน่นหนามากขึ้น เช่นเดียวกับมีตัวสร้างสรรค์เกมในแดนกลางที่มีคุณภาพมากกว่า ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์, อันแดร์สัน และไมเคิ่ล คาร์ริค

ข้อเสียคือประสิทธิ์ภาพในการทะลวงประตูที่ลดลงอย่างน่าใจหาย

เกมล่าสุดที่บุกอัด สวอนซี ตลอดทั้งเกมสามีสุดที่เลิฟของน้องพะยูนศรี (เอานะ) มีโอกาสสับไกยิงแค่ประมาณ 4-5 ครั้ง เท่านั้น โดยเกือบทั้งหมดเกิดขึ้นบริเวณนอกกรอบเขตโทษ โดยแทบจะไม่สร้างความหนักอกหนักใจอะไรให้นายประตูคู่แข่งสักนิด

จังหวะหนึ่ง เวย์น รูนี่ย์ ลงต่ำมาวางบอลยาวให้ ชิชาริโต้ หลุดเดี่ยวเข้าไปในกรอบเขตโทษ

แทนที่จะหลับหูหลับตาสับไก “น้องถั่ว” กลับตัดสินใจปาดเข้ากลาง เพื่อให้ “วาซซ่า” พุ่งเข้ามากระทุ้งตาข่ายให้สิ้นซาก

ทว่านักเตะสมญา “สุกรโลกันตร์” กลับควบตะบึงขึ้นมาตะบันลูกไม่ทันซะอย่างนั้น

เหตุเพราะอยู่ห่างจากประตูคู่แข่งและอยู่ห่างจากคู่หัวหอกของตัวเองมากเกินไปนั่นแหละ

อย่างไรก็ตาม

นับตั้งแต่เหตุฆาตกรรมหมู่ที่โรงละครแห่งความฝัน – แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่เสียประตูติดต่อกัน 5 นัดแล้วนะครับ แถมยังเอาชนะคู่แข่งด้วยสกอร์ 1-0 ติดต่อกัน 3 นัด ในพรีเมียร์ลีก

เรียนตามตรงนะครับว่าวิธีการเล่นบนความรัดกุมแบบนี้สร้างความ อึดอัดให้กับผู้ขายวิญญาณให้ปีศาจแดงอย่างจงหนัก มันเหมือนถูกกางเกงในเข้าตูด มันเหมือนขี้ไม่สุด และมันเหมือนเป็น แมนฯ ยูไนเต็ด ตัวปลอม

เกมล่าสุดหากดูเผินๆ เหมือนจะเล่นไม่ค่อยไฉไลสักเท่าไหร่ เพียงแต่ผมมองมันเป็นเจตนาของ แมนฯ ยูไนเต็ด ซะมากกว่าครับ คือจะบุกกดดันใส่คู่แข่ง หรือจะเหยียบคันเร่งก็ได้ แต่พวกเขากลับถือคติ “เพลย์เซฟ” โดยไม่พยายามที่จะทำแบบนั้น เฉพาะอย่างยิ่งหลังเป็นฝ่ายยิงประตูได้ก่อน สังเกตได้เลยว่าผู้เล่นปีศาจแดงจะแสดงเจตนารักษาสกอร์นำ มากกว่าไล่ล่าประตูเพิ่ม

เมื่อเร็วๆ นี้มีแฟนบอลคนหนึ่งส่งจดหมายไฟฟ้าไปถาม เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ในคอลัมน์ตอบคำถามในนิตยสารประจำสโมสรประมาณว่า…รู้สึกอย่างไรที่ทีมตัว เองยิงได้น้อยลงและเสียประตูน้อยลงโดยชนะคู่แข่งแค่ 1-0

ป๋ายักไหล่พลางตอบว่า “I don’t care ถ้าให้ชนะด้วยสกอร์นี้ทุกนัดก็…เอานะ”

Short URL: http://tinyurl.com/hoh869s


นำข่าวไปเผยแพร่ต่อกรุณาให้เครดิตกับ แมนยูคลับ.com ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

แจ้งลบภาพไม่เหมาะสมติดต่อหรือติดต่อโฆษณาได้ที่ Email: [email protected]






รู้ยัง! แมนยูคลับมีไลน์แล้ว เพิ่มเพื่อน กดแอดมาเลยจร้า


FUN88 ให้เงินเล่นฟรี 300 บาท โบนัสแรกเข้า 200% รีบเลย!!!