winner999 webet88thai
sbo

ผีแดง 3 โคตรมหาเศรษฐี 2

โพสเมื่อ : สิงหาคม 9, 2011

ช่วยกันกด LIKEและSHARE กันด้วยนะครับ



เขียนเป็น: ถามจริงๆ เหอะ…พี่คิดอะไรอยู่ในใจตอนที่ แมนฯ ซิตี้ เป็นฝ่ายออกนำ แมนฯ ยูไนเต็ด ไปก่อนถึง 2-0 หลังจบครึ่งแรกของเกมการกุศล คอมมิวนิตี้ ชิลด์ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา?

 

นายบุญหนัก ศักดิ์ใหญ่
….
ส่งไม่ตาย: ขอยอมรับตามตรงว่าตอนนั้นผมคิดในใจว่า “ฉิบหายแล้ว”
เหตุที่ทะลึ่งคิดอย่างนั้น เนื่องเพราะ…
1. ชัยชนะของ แมนฯ ซิตี้ คงจะสร้างความเริงร่าแบบเต็มประดาให้แฟนบอลของบางทีมประหนึ่งทีมตัวเองคว้า แชมป์ยุโรปเป็นสมัยที่ 6 เลยทีเดียว (โอ้วซ์ซ์ซ์…ขอบอกว่ามันเป็นอะไรที่น่ากลัว…มว้ากกกกกก!!!)
2. แล้วคิดดูนะครับว่าวันต่อมาท่านผู้ชมทางบ้านอย่างผมจะต้องพบ “ข้อความ” ที่ส่งเข้ามาเย้ยหยัน ถากถาง และทับถม รวมถึงข้อความที่แสดงความสะใจแบบเต็มประดาทั้งที่ทีมตัวเองไม่มีส่วนเกี่ยว ข้องตามหน้าจอโทรทัศน์ในรายการเล่าข่าวต่างๆ ขนาดไหน??? (โอ้วซ์ซ์ซ์…ขอบอกว่ามันเป็นอะไรที่น่ากลัว…มว้ากกกกก!!!)
3. แม้จะเป็นแค่เกมการกุศล แต่ถ้าชัยชนะตกเป็นของ แมนฯ ซิตี้ นอกจากจะทำให้พวกเขาเหิมเกริมสุดขีด การยัดเยียดความปราชัยให้อำมาตย์ร่วมเมืองยังช่วยให้ทีมของ ท่านชีค มันซูร์ บิน ซาเยด อัล นาห์ยาน (ความภูมิใจของ แมนเชสเตอร์) กลายเป็นทีมที่ดูดีมีชาติตระกูลมากขึ้นกว่าเดิมเยอะเลย ซึ่งนั่นอาจมีผลต่อการทุ่มเงินซื้อตัวผู้เล่นระดับดาวดังมาร่วมทีม ยกตัวอย่างเช่น เวสลี่ย์ สไนเดอร์ ที่อาจเข้าใจผิดคิดว่า แมนฯ ซิตี้ คือทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศอังกฤษ (โอ้วซ์ซ์ซ์…ขอบอกว่ามันเป็นอะไรที่น่ากลัว…มว้ากกกกก!!!)
แต่ขอเรียนว่าถึงจะโดนกะซวกไปก่อน 2 ดอก คอลัมนิสต์ผู้ขายวิญญาณให้ปีศาจอย่างผมก็ยังมั่นใจอยู่นะ เพราะไม่ใช่ครั้งแรกสักหน่อยที่พลพรรคปีศาจแดงตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ อิอิอิ
เหตุผลที่ยังคงหน้าด้าน (ว่าจะกลับมาจากป่าช้า) คือรูปเกมในครึ่งแรกของ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่เหนือกว่าอย่างเป็นเอกฉันท์ (ทั้งที่คุณป๋าไม่ได้จัดผู้เล่นชุดใหญ่ชนิดเต็มอัตราศึก) เพียงแต่จังหวะในการเข้าทำของคู่แข่งมันลงล็อคกว่าเท่านั้นเอง อธิบายง่ายๆ ว่าผลการแข่งขันของครึ่งแรกไม่ได้สะท้อนถึงความเก่งกาจของ แมนฯ ซิตี้ เลยสักนิดเดียว
ดังนั้นถ้าพลพรรคปีศาจแดงกระทุ้งประตูแรกคืนได้เร็วเท่าไหร่ พวกเขาจะกลับมาได้เร็วเท่านั้น ซึ่งพวกเขาสำแดงให้เห็นทันทีตั้งแต่เริ่มครึ่งหลัง
แถมประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ (อีกแล้วหรือ?) ยังแสดงให้เห็นอีกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นทีมที่มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ที่ถึงแม้จะเคยงัดเอาคำว่า “ดวง” มาใช้ไปมากขนาดไหนก็ไม่เคยหมดสักที
จุดนี้น่าจะเป็นเพราะว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จัดเป็นทีมที่เคยทำกุศลผลบุญเอาไว้ในฟุตบอลการกุศลอย่าง “คอมมิวนิตี้ ชิลด์” มากกว่าชาวบ้าน โดยเฉพาะในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเข้าไปเล่นในรอบชิงถึง 8 ครั้ง ตามหลักของศาสนาพุทธ การสะสมบุญเอาไว้มากๆ ช่วยให้เรางัดผลบุญที่เคยทำเอาไว้มาใช้ได้ตลอดเวลาทั้งในชาติและชาติหน้า ฮ่า-ฮ่า-ฮ่า
นี่แหละคือเหตุผลที่บอกว่าทำไม กาแอล กลีชี่ กับ แวงซองต์ ก็องปานี 2 กองหลังของเรือสำราญถึงเกิดอาการสบสันแบบไม่มีเหตุผลและไม่ต้องการความเข้า ใจใดๆ ทั้งสิ้นจนเป็นเหตุให้ถูก “น้องหนูนา” ฉกลูกไปซัลโวประตูชัยให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ!
อย่างไรก็ตาม ขอความกรุณาบรรดาเด็กผีอย่าเพิ่งเริงร่าอย่างออกนอกหน้า โดยคิดว่าทีมที่กูเชียร์นี่มันเจ๋งเสียเต็มประดา เพราะ 2 ประตูที่เสียให้ แมนฯ ซิตี้ ก็แสดงให้เห็นถึง “จุดอ่อน” ของ แมนฯ ยูไนเต็ด เหมือนกัน
ประตูแรกไม่ใช่ความผิดพลาดของนายทวารตัวใหม่อย่าง ดาบิด เด เคอา ข้อหาที่ไม่ยอมพุ่งออกมาตัดลูก หรือการประกบตัวที่หละหลวมของกองหลัง – ต้นตอมันอยู่ที่การเสียฟรีคิกอย่างไม่สมควรต่างหาก
จังหวะนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด เสียฟรีคิก เนื่องเพราะ ปาทริซ เอวร่า เหมือนเจตนาจะ “เอาคืน” ผู้เล่นของ แมนฯ ซิตี้ ตามอารมณ์ของเกมที่ชักจะเดือดดาลขึ้นเรื่อยๆ ซะมากกว่า
หลังจากเสียประตูแรก หากคุณสังเกตอาการของพวกลูกป๋าบางคน คุณจะพบว่า เวย์น รูนี่ย์ เดินทำหน้าเหมือนหมูหงุดหงิดพลางเข้าไปต่อว่า ปาทริซ เอวร่า ที่ทำเสียฟรีคิกแบบโง่ๆ โดยทันที
ส่วนประตูที่ 2 คงก็จะโยนความผิดให้ เด เคอา ข้อหาล้มช้า หรือโยนความผิดให้ เนมานย่า วิดิช ที่เข้าประกบช้าได้ไม่เต็มปากเต็มคำ ประการหนึ่งเพราะ เอดิน เชโก้ ยิงได้อย่างรุนแรงและเฉียบคม แถมลูกตกพื้นก่อนอีกต่างหาก ซึ่งถือเป็นของแสลงของผู้รักษาประตูทุกประเภท ส่วนอีกประการหนึ่งคือผู้เล่นปีศาจแดงอนุญาตให้หัวหอกของ แมนฯ ซิตี้ มีทั้งพื้นที่และเวลามากมายในการสับไกยิงจากนอกเขตโทษ
ถามว่าใครต้องรับผิดชอบมากที่สุด?
คำตอบคือ “มิดฟิลด์ตัวรับ”
แต่ แมนฯ ยูไนเต็ด และพ.ศ.นี้ ก็ยังไม่มีมิดฟิลด์ตัวรับอย่างชอบธรรม เพราะต้องไม่ลืมว่า ไมเคิ่ล คาร์ริค กับ อันแดร์สัน หาใช่มิดฟิลด์สายพันธุ์หมาเดือดที่คอยบดบี้ทำลายเกมคู่แข่งอย่างไม่รู้จัก เหน็ดเหนื่อย
นั่นคือสิ่งที่ต้องปรับปรุงอย่างเร่งด่วนต่อไป หากคิดการใหญ่ในระดับทวีป (ส่วนระดับประเทศอย่างพรีเมียร์ลีกไม่ใช่ปัญหา)
สำหรับ “แมน ออฟ เดอะ แมตช์” ผมขอยกให้ นานี่ ผู้เหมาคนเดียว 2 ประตูก็แล้วกัน
ทุกครั้งที่ลูกฟุตบอลอยู่กับนักเตะผู้นี้ ผมรู้สึกถึงความปั่นป่วนของคู่แข่งพอๆ กับความน่าตื่นตาตื่นใจของท่านผู้ชมทางบ้าน นอกจากจะจัดจ้าน, ปราดเปรียว และปิ๊ดปี้ปิ๊ดเหมือนเดิม ดูเหมือน นานี่ จะเยือกเย็นและฉลาดเล่นขึ้นอีกหนึ่งขั้น แต่ที่เหนือชั้นมากที่สุดคงจะไม่มีใครเกินกุนซือเฒ่าสารพัดพิษผู้จะมีวัยครบ 70 กะรัต ในเดือนธันวาคมนี้
ขนาดเจอกับคู่อริร่วมเมืองในดาร์บี้แมตช์โดยมีศักดิ์ศรีเป็น เดิมพัน ป๋าแกกลับทำเหมือนมันเป็นเพียงแค่เกมอุ่นเครื่องธรรมดาๆ นัดหนึ่ง เพื่อทดสอบฝีเท้าของตัวสำรองและดาวรุ่งซะอย่างนั้น
ไม่ว่าจะเป็นการส่ง คริส “สมเล็ก” สมอลลิ่ง ลงเป็นตัวจริงในตำแหน่งแบ็คขวา หรือการมอบโอกาสให้กองหน้าดาวรุ่งพุ่งกระฉูดอย่าง แดนนี่ เวลเบ็ค เป็นตัวจริงก่อน ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ และ ไมเคิ่ล โอเว่น หนำซ้ำในครั้งหลังยังกล้าเปลี่ยนคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟผู้เจนจบอย่าง เนมานย่า วิดิช กับ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ออกจากสนามพร้อมกันโดยส่งเด็กอ่อนอย่าง ฟิล โจนส์ กับ จอนนี่ อีแวนส์ ลงมาแทน
รวมถึงการให้โอกาสนักเตะจากโรงเรียนลูกกรอกคะนองที่ตัวเองเป็นผู้ปลุกเสกอย่าง ทอม เคลฟเวอร์รี่ ลงมาห้ำหั่นกับบรรดาดาวดังค่าตัวรวมกันหลายพันล้านปอนด์ (มิหนำยังไม่ทำให้ผู้เป็นนายต้องอับอายซะด้วย)
นี่คือสิ่งที่ โรแบร์โต้ มันชินี่ ไม่กล้าทำ และไม่มีวันเลียนแบบ
สุดท้ายมันก็เป็นอีกครั้งและอีกครั้งที่บ่งชัดว่าความมั่งคั่งของ โอรสเจ้าอาหรับอย่างท่านชีค มันซูร์ บิน ซาเยด อัล นาห์ยาน ทำได้เพียงแค่ซื้อดาวเตะระดับซูเปอร์สตาร์มารวมตัวกันเท่านั้น
แต่ซื้ออะไรที่เรียกว่า “คลาส” ไม่ได้

“บอ.บู๋”
[email protected]

Short URL: http://tinyurl.com/znlerrb


นำข่าวไปเผยแพร่ต่อกรุณาให้เครดิตกับ แมนยูคลับ.com ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

แจ้งลบภาพไม่เหมาะสมติดต่อหรือติดต่อโฆษณาได้ที่ Email: [email protected]




รู้ยัง! แมนยูคลับมีไลน์แล้ว เพิ่มเพื่อน กดแอดมาเลยจร้า