แชมป์สมัยที่ 19

โพสเมื่อ : May 20, 2011

ช่วยกันกด LIKEและSHARE กันด้วยนะครับ




เขียนเป็น: สวัสดีครับพี่บู๋ ผมติดตามอ่านคอลัมน์ “เขียนเป็น ส่งไม่ตาย” ของพี่ รวมถึงข้อเขียนของคอลัมนิสต์คนอื่นๆ บนเว็บไซด์ www.siamsport.co.th เป็นประจำ

 

ถามจริงๆ เหอะครับว่าพวกพี่ไม่เบื่อไอ้พวกคลอดทางรูตูดที่ชอบเข้ามาแสดงความเห็นโง่ๆ ต่อท้ายคอลัมน์ของพวกพี่บ้างเลยเหรอ เรียนตามตรงว่าผมอ่านแล้วยังรำคาญแทน เฉพาะอย่างยิ่งช่วงปิดเทอม รู้สึกว่าพวกเด็กสมองหมาปัญญาควายจะชุกชุมยิ่งกว่ายุงในสลัมซะอีก มันแสดงให้เห็นถึงความปัญญาอ่อนของวัยรุ่นไทยอย่างชัดเจน คือแค่โง่นี่ก็ทุเรศแล้วนะครับ นี่โง่แล้วดันเสือกชอบอวดฉลาดประจาณตัวเองให้ชาวบ้านเขารู้สึกสมเพชอีกต่าง หาก ผมล่ะสงสารคุณพ่อกับคุณแม่ของพวกน้องๆ เขาจริงๆ พวกเขารู้หรือเปล่าว่าบุตรหลานของตนเองเป็นแบบนี้ 

หนุ่ย มอเตอร์ไซค์วินหน้าวันเสมียนนารี 

ป.ล. ไม่ทราบว่าพี่พอจะทราบผลการแข่งขันระหว่าง แมนฯ ยูไนเต็ด กับ เชลซี เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาหรือเปล่า อยากให้พี่แสดงความเห็นถึงเกมนี้ด้วย พอดีผมมีธุระสำคัญต้องทำเลยไม่ได้ดูอ่ะครับ อิอิอิ 

 

ส่งไม่ตาย: เรียนตามตรงว่าบางอารมณ์มันก็รำคาญเหมือนกันนั่นแหละ ไอ้ที่คอลัมนิสต์หลายท่านไม่อยากเขียนอะไรบนเว็บไซต์ก็เพราะรำคาญเด็กสมอง หมาปัญญาควายพวกนี้ เขาอุตส่าห์เขียนให้อ่านกันขำๆ แถมสละเวลามาเขียนให้อ่านแบบฟรีๆ แค่ความเห็นไม่ตรงกับที่ตัวเอง แค่เชียร์กันคนละทีม แค่ไม่อยากเห็นทีมอื่นประสบความสำเร็จมากกว่า ก็ต้องออกอาการทุรนทุรายทางตัวหนังสือซะอย่างนั้น แล้วส่วนใหญ่ที่เข้ามาแสดงสันดานเนี่ย มันจะมาแบบไม่มีเหตุผลและไม่ต้องการความเข้าใจใดๆ ทั้งสิ้น คือสักแต่เข้ามาด่าเพื่อความสะใจของตัวเองเช่นเดียวกับเพื่อแสดงให้ชาวบ้าน เห็นว่ากูเก่งนะ หรือเอาไปอวดเพื่อนว่ากูด่าคอลัมนิสต์อย่าง บอ.บู๋ ด้วยนะ โถ…มันน่าภาคภูมิใจตรงไหนเนี่ย ไม่ต้องยกตัวอย่างนะครับว่าการแสดงความเห็นโง่ๆ เป็นอย่างไร บางทีผมเห็นแล้วก็รู้สึกแบบ “พวกมึงเป็นอะไรมากมั้ยเนี่ย?” ที่สำคัญคือเป็นขาประจำทั้งนั้น
เข้าใจว่าพวกน้องๆ เขาน่าจะเป็นเด็กมีปมด้อย ตอนอยู่ที่โรงเรียนอาจโดนเพื่อนแกล้งด้วยการจับแก้ผ้าแล้วเอาตะเกียบดีดไข่ หรือเคยโดนคุณลุงแท้ๆ ของตัวเองจับอัดถั่วดำตอนอายุ 8 ขวบ โตขึ้นมาเลยกลายเป็นเด็กมีปัญหา อยู่หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์เมื่อไหร่ต้องปลดปล่อยความเก็บกดของตัวเองออกมา อย่างเต็มที่ เพราะจะแสดงสันดานของตัวเองอย่างไรก็ได้ ไม่มีใครเห็นหน้า ไม่มีใครรู้จักตัวตนที่แท้จริงอยู่แล้ว
แต่ผมมองว่ามันเป็นสีสันครับ ย้ำครับว่ามันเป็น “สีสัน” สำหรับผมการเขียนหนังสือแล้วสามารถกระชากพวกโง่ๆ ให้ออกมาแสดงตัวถือเป็นความสำเร็จในการเขียนคอลัมน์ครับ ผมบอกเว็บมาสเตอร์ไว้เลยว่าอย่าลบความเห็นโง่ๆ พวกนี้นะ ปล่อยไว้ให้มันเป็นสีสันประดับคอลัมน์ ฉะนั้นใครอยากด่าอะไรก็เชิญตามสะดวกเลยครับ ว่าแล้วคอยดูนะว่าท้ายคอลัมน์คงโผล่มาอีกเพียบ เพราะไอ้พวกนี้มันแดกวัชพืชเป็นอาหาร นอกจากคุณพ่อคุณแม่ธุระเยอะจนไม่มีเวลาอบรมสั่งสอนยังเอาวัชพืชให้ลูกตัวเอง แดกอีก มันถึงไม่เข้าใจโลก มันถึงชอบคิดมาก มันถึงดัดจริต มันถึงปัญญาอ่อน มันถึงอ่านหนังสือไม่แตก ทั้งที่คนเขียนเขาก็ไม่ได้เขียนอะไรที่ซับซ้อนหรือเข้าใจยาก พูดง่ายๆ ว่าเป็นพวก “เต่าถุย” นั่นแหละ แล้วจะไปเอาอะไรกับเต่าถุยพวกนี้ล่ะครับ?
“บอ.บู๋”
[email protected]

 

ป.ล. อ้าว!…ไปบวชชีพราห์มที่ไหนมาเนี่ย ถึงไม่รู้ว่าพลพรรคปีศาจแดงยัดเยียดความปราชัยให้ เชลซี ด้วยสกอร์ 2-1
พูดถึงเกมนี้แล้วขอยอมรับตามตรงนะครับว่าผมค่อนข้างผิดหวังอย่างจงหนัก!
คือมันไม่สมกับที่ทำให้ตัวเองตกอยู่ในอาการประสาทกินมาทั้งสัปดาห์
สังเกตไหมครับว่าก่อนเกมเนี่ย กดดันกันจัง บ้างว่า เชลซี กลับมาแล้ว บ้างว่า เชลซี ไม่มีอะไรจะเสีย บ้างว่า ดาวิด ลุยซ์ ลงตัวจริงแล้ว เชลซี ไม่เคยแพ้ บ้างว่าฟอร์มการเล่นของ แฟรงค์ แลมพาร์ด กำลังเปล่งปลั่ง บ้างว่า ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา ชอบยิงปีศาจแดง และอื่นๆ อีกมากมาย เรียกว่าพยายามยกเหตุผลประมาณแปดพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้า ข้อเพื่อบอกว่าทำไม เชลซี ถึงจะบุกไปเอาชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่โรงละครแห่งความฝันได้สำเร็จด้วยสายตาที่ร้อนผะผ่าว
บางคนมั่นใจมากถึงขนาดบอกว่าท้องฟ้าที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เป็นสีน้ำเงิน
ตอนนั้นผมคิดในใจ “แล้วท้องฟ้าบ้านป้ามึงเป็นสีบรอนซ์เงินเหรอครับ?”
แต่ที่สยองโคตรโหดไม่ปราณีใครมากที่สุดคือ นินทากันว่า เชลซี ได้รับอนุญาตจาก “องค์การลับ” ให้ได้ประตูทั้งๆ ที่ลูกยังไม่ข้ามเส้นไปทั้งใบ เช่นเดียวกับได้รับอนุญาตจาก “มือที่มองไม่เห็น” ให้ยิงประตูจากตำแหน่งล้ำหน้าอีกต่างหาก อันนี้ผมไม่ได้พูดเองนะครับ ผมได้ยินชาวบ้านเขาลือกันอีกที
ไอ้ที่ชาวบ้านเขาลือกันก็หลายอย่าง
ก่อนหน้านี้ เชลซี เคยได้รับอนุญาตให้เลื่อนเกมกับปีศาจแดงตอนที่ตัวเองกำลังฟอร์มตกอย่างหนัก เมื่อเดือนธันวาคม ด้วยอ้างว่าสภาพภูมิอากาศเลวร้าย ทั้งที่ความจริงมันไม่ได้เลวร้ายถึงขนาดนั้นสักหน่อย สภาพสนามก็พร้อมสมบูรณ์สำหรับการแข่งขัน
จำได้ว่าบอลแข่งวันอาทิตย์ สโมสรฟุตบอลเชลซี เล่นประกาศเลื่อนเองเลยตั้งแต่วันศุกร์
ทางด้านของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็ถูกแบนห้ามคุมทีมข้างสนาม 5 นัด โดยลือกันว่าป๋าแกดันเอาความจริงมาพูด หลังแอบเห็นเลศนัยของผู้ตัดสินชื่อ มาร์ติน แอตกินสัน
ส่วน เวย์น รูนี่ย์ โดนลงโทษรุนแรงเกินกว่าเหตุ โดยนินทากันว่าเพราะเขาดันเป็นผู้เล่นของ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่สบถคำว่า “ฟัค” ต่อหน้ากล้องทีวี ถ้าเป็นผู้เล่นทีมอื่น รับรองไม่โดนโทษหนักขนาดแบน 2 นัดแน่นอน เนื่องจาก แมนฯ ยูไนเต็ด ดันมีคิวพบกับ แมนฯ ซิตี้ ในรอบตัดเชือก เอฟเอ คัพ พอดี
ย้ำอีกครั้งว่าชาวบ้านเขาลือกันแบบนี้นะครับ ความจริงเป็นอย่างไรก็พิสูจน์ไม่ได้เหมือนกัน ที่แน่ๆ คือ แมนฯ ยูไนเต็ด ถูกเล่นงานทุกรูปแบบ แล้วไหนผู้มาเยือนจะมีเวลาพักน่องนานกว่า ไม่ต้องลงสนามอย่างซอยยิกๆๆ เฉลี่ยสัปดาห์ละ 2 นัด ที่สำคัญคือฟอร์มร้อนแรงมาก กำราบคู่แข่งในลีกติดต่อกัน 5 นัดรวด ไอ้เราก็เลยนึกว่า เชลซี จะต้องสร้างความระทมกบาลให้ปีศาจแดงอย่างแน่นอน
ที่ไหนได้นะครับ…ที่ไหนได้ หึ-หึ-หึ
เปิดเกมมาได้แค่ 35 วินาที แถวบ้านเรียกนกกระจอกเทศยังไม่ทันกินน้ำ ท่านผู้ชมทางบ้านอย่างผมก็อุทานออกมาว่า “ซาบายตัว”
แหม…มัน “ซาบายตัว” เหมือนเพิ่งเดินออกมาจากโพไซดอนเลยทีเดียว ว่าแล้วต้องขอบคุณน้องถั่วด้วยนะครับที่ช่วยให้ซาบายตัวอย่างรวดเร็ว อิอิอิ
เมื่อ แมนฯ ยูไนเต็ด อาศัยการจู่โจมแบบลอบฆ่าด้วยการเล่นเพียง 3 จังหวะในขณะสวนกลับฉับพลันกระทุ้งประตูนำปานสายฟ้าแลบ
จุดเปลี่ยนอยู่ตรงนี้แหละครับ คือแทนที่จะเล่นแบบกดดันตัวเอง เพราะแพ้ไม่ได้ – แมนฯ ยูไนเต็ด บรรจงถีบความกดดันให้ผู้มาเยือนอย่างรวดเร็ว
นอกจากลูกป๋าจะเหนือกว่าทุกรูปแบบ ยังเห็นได้ชัดว่าผู้เล่นมีความหื่นกระหายในความสำเร็จมากกว่า โดยเฉพาะ พาร์ค ชี-ซอง ที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นนักเตะพลังหมาตุ๋นโสมของตัวเองออกมาไม่หยุดยั้งทั้งในเกมรุกและในเกมรับ เหมาะสมกับตำแหน่ง “แมน ออฟ เดอะ แมตช์” ด้วยประการทั้งปวง
เชลซี อาจครองบอลได้ไม่เป็นรอง แถมมีจังหวะยิงมากกว่าด้วยซ้ำ แต่นอกจากประตูตีไข่แตก ผมมองไม่เห็นความหนักใจของนายทวารรุ่นคุณน้าวัย 40 สักเท่าไหร่ ผิดกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่สวนขึ้นไปแต่ละดอกอยู่ในประเภท “จัดเต็ม” ทั้งนั้น
ยิ่งเห็นการแก้เกมของ คาร์โล อันเชล็อตติ แล้วยิ่งซาบายตัว เอ๊ย! สบายใจได้ครับ คือครึ่งแรกโดนนำ 2 ดอก สถานการณ์นั้นไม่มีอะไรจะเสียแล้วครับ มันต้องยอมเสี่ยงเดิมพันด้วยการจัดระเบียบเกมรุกใหม่ แต่ดูเหมือน “พี่แจ้” จะหงุดหงิดกับฟอร์มการเล่นของ ดาวิด ลุยซ์ มากเกินไป แทนที่จะส่ง เฟร์นานโด ตอร์เรส หรือ นิโกล่า อเนลก้า ลงมาไล่ล่าประตูตั้งแต่ต้นครึ่งหลัง กลับส่ง อเล็กซ์ ลงมาแทนกองหลังหัวฟู แบบนี้เท่ากับเสียโควต้าเปลี่ยนตัวไปโดยใช่เหตุ
ปัญหาของพลพรรคปีศาจแดงคือจังหวะสุดท้ายที่ปราศจากความเฉียบคมและเด็ดขาด โดยไม่นับจังหวะที่ผู้ตัดสิน ฮาเวิร์ด เว็บบ์ ไม่กล้าให้จุดโทษ แมนฯ ยูไนเต็ด จากการแฮนด์บอลชัดเจนของ แฟรงค์ แลมพาร์ด และไม่กล้าให้ใบแดง บรานิสลาฟ อิวาโนวิช จากการฟาวล์น่าเกลียดหลายครั้ง (ทั้งนี้เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่ามิได้เป็นเด็กผี) มิเช่นนั้นลูกทีมของท่านพระยาหมื่นลูกหนังน่าจะระเบิดโถส้วมผู้มาเยือนได้ อย่างน้อยๆ 3-4 ดอก
อย่างไรก็ตาม แมนฯ ยูไนเต็ด ยังไม่ได้แชมป์แบบเป็นทางการนะครับ
พวกเขาต้องการอีกหนึ่งแต้ม
หรือถ้า เชลซี ไม่ชนะใน 2 เกมที่เหลือ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็จะได้แชมป์ลีกสูงสุดสมัยที่ 19 ทันที
หนทางเดียวที่พลพรรคสิงห์บลูส์จะแย่งความสำเร็จของ แมนฯ ยูไนเต็ด ไปคือ…คือ…คือ…รอฤดูกาลหน้าโน่นแหละครับ
โอ้วซ์ซ์ซ์ซ์…คิดแล้วก็น่ากลัวจังเลย
Short URL: http://tinyurl.com/htdnk9u


นำข่าวไปเผยแพร่ต่อกรุณาให้เครดิตกับ แมนยูคลับ.com ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

แจ้งลบภาพไม่เหมาะสมติดต่อหรือติดต่อโฆษณาได้ที่ Email: [email protected]






รู้ยัง! แมนยูคลับมีไลน์แล้ว เพิ่มเพื่อน กดแอดมาเลยจร้า


FUN88 ให้เงินเล่นฟรี 300 บาท โบนัสแรกเข้า 200% รีบเลย!!!