ไหวมั้ยเนี่ยยูไนเต็ด

โพสเมื่อ : มีนาคม 10, 2012

ช่วยกันกด LIKEและSHARE กันด้วยนะครับ



ไหวมั้ยเนี่ยยูไนเต็ด

พักนี้รู้สึกคันไม้คันมืออย่างบอกไม่ถูกถึงได้มีกะจิตกะใจปั่นบทความ บ่อยอย่างกับกระต่ายผสมพันธุ์โดยเฉพาะนานทีปีหนถึงจะเขียนคอลัมน์เกี่ยวกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด(ลง SS)สักชิ้นเพราะมักใช้ช่วงเวลาที่มอบให้ฟุตบอลติดตามบุนเดสลีกาเสียมาก

คิดว่าทราบกันทั่วแล้วว่าเส้นทางของยูไนเต็ดสู่การลุ้นยูโรป้า ลีกไม่ได้สะดวกสบายอีกต่อไปหลังพ่ายคาบ้านต่อแอตเลติก บิลเบาจากสเปนแบบ “หมดรูป” 2-3 ทั้งที่โดยปกติในโรงละครความฝันยากจะหาทีมไหนบุกมากระทุ้งได้ถึงสามตุง

มันเกินไป มันต่ำกว่ามาตรฐาน และชาวเร้ดเดวิลเกินครึ่งรับไม่ได้กับฟอร์มและผลการแข่งขันย่ำแย่แบบนี้

ไม่ แปลกครับ แมนฯ ยูไนเต็ดจัดเป็นทีมที่สแตนดาร์ดสูงติดหนึ่งในห้าของยุโรป แล้วก็ไม่แปลกอีกเช่นกันหากทีมที่บุกมาชนะได้เป็นพวกมหาเทพตัวท็อปเช่นบาร์ เซโลน่าหรือเรอัล มาดริดที่ว่ากันว่าชั่วโมงนี้แข็งแกร่งเป็นอันดับ 1 และ 2 ของยุโรป

แต่ทีมที่บุกดับผีแดงกลับเป็นบิลเบาอันดับ 5 ในตารางลา ลีกาสเปนซึ่งตามหลังเรอัล มาดริดจ่าฝูงไกลสุดกู่ถึง 30 คะแนน

ไม่เพียงแพ้สกอร์เท่านั้น ในแง่รูปเกมโดยรวมก็เป็นทีมดังแห่งแคว้นบาสก์ทำได้ดีกว่ามากจนเผลอแอบคิดไปว่า “นี่เล่นบ้านบิลเบาเหรอวะ ?”

แมนฯ ยูไนเต็ดแพ้ทางทีมสเปน ? ไม่ถูกและไม่ผิดเสียทีเดียว ผมเคยเขียนไปแล้วว่าศาสตร์ลูกหนังที่พวกสแปนิชใช้กันคือวิธีการเล่นที่ยอด เยี่ยมที่สุดในโลก ไม่มีชาติไหนเกินหน้าเกินตาพวกเขาในแนวทางนี้

ซึ่งนอกจากการพาสเท้าต่อเท้าที่แม่นยำแล้วผู้เล่นแต่ละรายยังมีสกิลการเล่น กับบอลที่ยอดเยี่ยมแถมมีความมั่นใจขณะที่บอลอยู่กับเท้าตนเอง

เหมือนเป็นดีเอ็นเอของพวกนักเตะเลือดกระทิงก็ว่าได้

และแม้บิลเบามีเฮดโค้ชเป็นชาวอาร์เจนตินาแต่ปรัญชาของมาร์เซโล่ บิเอลซ่าก็คล้ายคลึงกับฟุตบอลสเปนดังที่ประจักษ์กับทีมชาติชิลีที่เล่นด้วย ทีมเวิร์คชวนตื่นตาที่สุดทีมหนึ่งในโกปา อเมริกา 2011

ดังนั้นคงไม่ใช่เฉพาะแมนฯ ยูไนเต็ด(หรือทีมจากอังกฤษ)ที่แพ้ทางทีมสเปน ลองเอาทีมจากบุนเดสลีกา ลีก เอิง หรือกัลโช่ เซเรีย อาสักทีมมาเจอบิลเบาในวันที่วาดลวดลายได้ท็อปฟอร์มทั้งในรายบุคคลและ แท็คติกส์ก็ต้องเจองานหินแน่นอน

อาจจะหาบอลไม่เจอเพราะบิลเบาสามารถยืดหยุ่นระหว่าง 4-3-3 กับ 4-5-1 ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ตัวริมเส้นสองฝั่งอิเคร์ มูเนียอินกับมาร์เกล ซูซาเอต้าประสานงานงานกับสามมิดฟิลด์ตัวกลางออสการ์ เด มาร์กอส, อันเดร์ อิตูร์ราสเป้, อันเดร์ เอร์เรร่าอย่างสวยงามและทรงประสิทธิภาพ ฟูลแบ็คสองฝั่งโฆน อัวร์เตเน็ตเซ่กับอันโดนี่ อิราโอล่าต่างก็ขึ้น-ลงได้จังหวะดีเหลือเกิน

แต่เบื้องหลังของรูปเกมที่ปรากฏ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะปีศาจแดงทำได้ไม่ดีทั้งการตัดเกมตรงกลางและความแน่นอนของการผ่านบอล

ปัญหาหนึ่งที่ “หน่วง” ผีแดงในเวทียุโรปคือการคุมเกมแดนกลางให้เหนือกว่าคู่แข่งโดยเฉพาะยามดวลกับ ทีมที่มีผู้เล่นความสามารถเฉพาะตัวสูง มูฟเมนท์ดี ให้บอลสั้นกันแม่น

เรื่องตัดเกมกลางสนามก็ยังเป็นปัญหาเรื้อรังเนื่องจากขาดตัวทำลายเกม ธรรมชาติระดับโลกซึ่งต้องไปแก้กันในอนาคต แต่สำหรับเกมเมื่อคืนผมไม่ตำหนิการจัดตัวของเซอร์ อเล็กซ์ที่ส่งฟิล โจนส์ลงมาเล่นตำแหน่งดังกล่าวเพราะป๋าวางให้ปาร์ค ชิ-ซองช่วยวิ่งไล่บอลอีกแรง เวย์น รูนี่ย์ก็กำลังวังชาสูง มีส่วนร่วมกับเกมตรงกลางเสมอ

ปีศาจแดงมีผู้เล่นที่สามารถช่วยเล่นเกมรับได้ร่วม 7-8 คนในสนามการเสียถึงสามประตู “ในบ้าน” ให้ทีม “รองบ่อน” จึงไม่ควรเกิดขึ้นด้วยประการทั้งปวงแม้คู่แข่งเป็นทีมจากสเปน

สาเหตุหลักเพราะระหว่างที่เกมดำเนินไปเรื่อย ๆ ยูไนเต็ดไม่อาจครองเกมบุกกดดันจนบิลเบาเกิดความ “หวาดหวั่น” หรือ “กลัวเกรง” จนต้องอยู่ในแดนตัวเองได้เลย

รู้ทั่วกันว่าจุดแข็งของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดแต่ไหนแต่ไรคือการเล่นเกมรุกเช่นเดียวกับอาวุธเด็ดอย่างเคาท์เตอร์แอตแท็ค

ออกนำก่อน 1-0 แทนที่จะเข้าทางคุมเกมได้ใช้เกมโต้กลับเร็วตามถนัดแต่กลับเป็นบิลเบาคุมได้ เกือบทั้งหมดก่อนกดอเวย์โกล์ 3 ลูกรวดซะอย่างนั้น

เฟร์นานโด ญอเรนเต้ในแดนหน้าเก็บบอลสร้างโอกาสได้มากมายและมีชื่อเป็นผู้โขกประตู 1-1 จมตาข่าย แดนหลังมีฆาบี มาร์ติเนซในบทบาท “ลิเบโร่” ที่เล่นได้นิ่งและแข็งแกร่งราวกับเชิญชวนบรรดาทีมยักษ์ใหญ่เข้ามารุมขายขนม จีบ ตลอดจนการเพรสซิ่งที่ยอดเยี่ยมทั้งสนาม

ถึงกระนั้นทั้งการครองบอล การเซ็ตเกมรุก และเกมโต้กลับยูไนเต็ดทำได้ต่ำกว่ามาตรฐานอย่างเห็นได้ชัดจึงกลายเป็นการ เปิดโอกาสให้บิลเบาได้เล่นเกมของตัวเอง(เกือบทั้งเกม) และแม้เฟอร์กูสันส่งไมเคิ่ล คาร์ริคตามด้วยอันแดร์สันลงมาช่วยเกมตรงกลางก็ยังไม่มีอะไรดีขึ้น

สถานการณ์แบบนี้เข็มนาฬิกาที่โอลด์ แทรฟฟอร์ดจึงหมุนไปพร้อมกับความมั่นใจที่ขุนพลบิลเบาเพิ่มสูงขึ้นทุกขณะ

เปอร์เซนต์ครองบอลก็ต่ำกว่าอาคันตุกะที่ตัวเลข 45% : 55%

ไม่ นับดาบิด เด เคอาที่โชว์ท่าถนัดบินเซฟสำคัญหลายครั้ง น่าคิดเหมือนกันว่าถ้าขุนให้หนากว่านี้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นจะสปริงข้อเท้า ใช้วิชาลามะตัวเบาได้ขนาดนี้หรือเปล่า 555+

แต่เจ้าลามะเซฟเก่งแค่ไหนก็ไม่รอดลูกบิลเบาแซงนำ 2-1 ที่ออสการ์ เด มาร์กอสอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าก่อนตวัดยิงเสียบเสานั้นผู้ช่วยผู้ตัดสินพลาด เต็ม ๆ แต่ลองสังเกตจังหวะนี้ว่าบิลเบาเซ็ตเกมกันขึ้นมาโดยมีผู้เล่นอยู่ในโซน อันตรายของยูไนเต็ด 6 คน

ย้ำนะครับว่าอยู่ใน “โซนอันตราย” ของผีแดงถึง 6 คน

พวกเขา “มั่นใจ” และ “ไม่กลัว” ยูไนเต็ดเลยสักนิด ดันเกมกันขึ้นมาสูงเกินครึ่งทีมแถมบอลตามช่องหรือยกข้ามแผงหลังในระยะประชิด แนวนี้ทีมในสเปนชอบเล่นเป็นสันดานอยู่แล้ว

ส่วนประตู 3-1 ก็เป็นอีกประเด็นที่น่าสนใจ ปาตริซ เอฟร่ารองเท้าหลุดก่อนเล่นบอลต่อซึ่งตุลาการสนามฟลอเรียน เมเยอร์จากเยอรมันตัดสินตามตำราเป๊ะ ๆ เป่าให้เป็นบอลของทีมเยือนก่อนสาดยาวเร็วขึ้นมาแล้วก็ไปจบที่ก้นตาข่ายในอีก ไม่กี่วินาทีต่อมา

ณ บัดนาวเชื่อว่าสาวกปีศาจไม่กังขาการเป่าฟาวล์เท่ากับความบื้อของเจ้าราฟาเอ ลที่เดินจงกรมระลึกชาติปล่อยมูเนียอินติดไนตรัสปรี่เข้าซ้ำเพราะจังหวะที่เด มาร์กอสหลุดมากดติดเซฟเด เคอาทีแรกมูเนียอินอยู่ห่างประตูผีแดงร่วม 40 หลาซึ่งมันเป็นระยะที่ไกลเกินกว่าจะบอกว่าช็อตนี้สุดวิสัยหรือเกินปัญญาแนว รับผีแดงที่จะจัดการกับบอล

นี่คือความแตกต่างที่ชัดเจนเรื่อง “สมาธิ” ระหว่างคนหนึ่งที่มีหน้าที่เล่นเกมรับแถมอยู่ใกล้บอลแต่กลับประมาทเลินเล่อ กับอีกคนหนึ่งที่จดจ่ออยู่กับลูกบอลตลอดเวลาทั้งที่อยู่ห่างเกือบครึ่งสนาม

พลาดแบบนี้ในเกมระดับนี้คือการฆ่าตัวตายชัด ๆ ครับ

ยังดีที่ได้ประตูตีตื้น 2-3 หลังจากเด มาร์กอสทะลึ่งทำแฮนด์บอลเสียจุดโทษแม้ร่างกายส่วนอื่นอยู่นอกเขตโทษก่อนเวย์ น รูนี่ย์ดาวยิงอสูรสุกรสังหารเข้าไป

ด้วยลูกนี้ช่วยให้ความหวังในการเข้ารอบต่อไปยังไม่สูญสลายและยังคงสะท้อนว่า ยูไนเต็ดพร้อมทำประตูทุกเมื่อตราบที่เสียงนกหวีดยังไม่ดังเช่นที่เคยเป็นมา อีกทั้งยุคหลังปีศาจแดงมักทำผลงานได้ดียามเล่นบนแผ่นดินราชอาณาจักรสเปนเสีย ด้วย

แต่แน่นอนว่าแอตเลติก บิลเบาแข็งแกร่งยามเฝ้ารังซาน มาเมสโดยแพ้เพียง 2 นัดในลา ลีกาต่อกรานาด้า (0-1) และเรอัล เบติส (2-3)

กองทัพปีศาจจะต้องเล่นให้มีข้อผิดพลาดน้อยที่สุดโดยเฉพาะในรายบุคคล ผ่านบอลให้แม่นยำ บุกอย่างต่อเนื่องกดดันให้บิลเบาอยู่ในแดนตัวเอง มีสมาธิตลอดทั้งเกม และหากขึ้นนำได้เร็วทุกอย่างก็จะง่ายขึ้น

เหนือสิ่งอื่นใดต้องชนะด้วยสกอร์ขาดเกิน 2 ประตูขึ้นไปเช่น 2-0, 3-1, 4-2 แต่ถ้าจะเอาปลอดภัยเลยต้องยิงถึง 3 ให้เท่ากับที่เสียในบ้านไว้ก่อน

สรุปได้ว่าเกมของยูไนเต็ดในเลกสองต้อง “สมบูรณ์แบบ” จึงจะเข้ารอบ

บอกได้คำเดียว…โคตรยากครับท่าน !

Short URL: http://tinyurl.com/zcearfd


ป้ายกำกับ:, , , , , , ,

นำข่าวไปเผยแพร่ต่อกรุณาให้เครดิตกับ แมนยูคลับ.com ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

แจ้งลบภาพไม่เหมาะสมติดต่อหรือติดต่อโฆษณาได้ที่ Email: [email protected]




ฝากเร็ว ถอนง่าย แทงสบาย
รับเงินทดลองเล่นฟรี 300 บาท
FUN88TOPS.COM




รู้ยัง! แมนยูคลับมีไลน์แล้ว เพิ่มเพื่อน กดแอดมาเลยจร้า


FUN88 ให้เงินเล่นฟรี 300 บาท โบนัสแรกเข้า 200% รีบเลย!!!


โปรแกรมและผลการแข่งขัน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด


กิจกรรมทายผลฟุตบอล ลุ้นรับรางวัลพิเศษจากแมนยูคลับ ทุกเดือน